วิทยุเพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางสื่อสิ่งพิมพ์

ข่าวสารไอที

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวการตลาด ข่าวกิจกรรมต่างๆ ในแวดวงไอที และการพูดคุยกับผู้บริหารในองค์กรชั้นนำของประเทศ
ถูกปรับปรุง: 9 นาที 18 วินาที ก่อน

PCA มั่นใจขายกล่องทีวีดิจิตอล 6-7 แสนเครื่องใน 2 ปี หลังกสทช.ชี้ คุณสมบัติครบ พร้อมร่วม โครงการคูปอง 690 บาท

พฤ, 09/18/2014 - 14:54

“PCA” พร้อมลุยโครงการแจกคูปองกล่องทีวีดิจิตอล 690 บาท ทั่วประเทศ หลังยื่นขอเข้าร่วมโครงการกับ กสทช. โดยมีคุณสมบัติครบตามหลักเกณฑ์เป็นหนึ่ง ในผู้ผลิตและจำหน่ายที่ได้รับอนุญาต และมีโมเดิร์น เทรดใหญ่ร่วมขายทั้ง Big C , power mall,ไอที ซิตี้, เอสวีโอเอ “ประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์” นายใหญ่ PCA ประกาศ ลั่นคุณสมบัติคับแก้ว หวังขายได้มากกว่า 1 แสนกล่องปีนี้ ดันรายได้ 100 ล้านบาท ส่วนธุรกิจด้านงานประมูลยังคงเติบ โตต่อเนื่องดันรายได้ทั้งปีโต 15-20% ตามเป้า

นายประพัฒน์ รัฐเลิศกานต์ กรรมการผู้อำนวยการและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แพลนเน็ตคอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PCA ผู้ให้บริการและจำหน่ายสินค้าด้านเทคโนโลยีสื่อสารโทรคมนาคม ระบบถ่ายทอดสัญญาณโทรทัศน์และดิจิตอลทีวี รวมทั้งมีผลิตภัณฑ์ภายใต้แบรนด์ PlanetComm เปิดเผยถึงการ ยื่นเอกสารแสดงคุณสมบัติเพื่อคัดเลือกผู้เข้าร่วม โครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การ รับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล ต่อสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการ โทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (สำนักงาน กสทช.) โดยกสทช.ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกรอบแรกในวันที่ 15 กันยายน 2557 ซึ่งบริษัทฯ ได้ รับการคัดเลือกเข้าร่วมโครงการแจกคูปองให้ประชาชน ในราคา 690 บาทต่อครัวเรือน ที่จะเริ่มครั้งแรกในวันที่ 25 ตุลาคมนี้ บริษัทฯ เตรียมความพร้อมมาต่อเนื่อง

ทั้งนี้ บริษัทฯได้เตรียมแผนทางการตลาดเพื่อรองรับผู้ ต้องการแลกซื้อกล่องทีวีดิจิตอล หรือ Set Top Box โดย การมีตัวแทนจำหน่ายและโมเดิร์นเทรดใหญ่ อาทิ บิ๊กซี power mall ในเครือเดอะมอลล์, ทีวีไดเร็ค, ไอที ซิตี้, เอสวีโอ และร้านค้าอุปกรณ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอิเล คทรอนิกส์ชั้นนำครอบคลุมทั่วทั้งประเทศ โดยสังเกตุป้ายการเข้าร่วมโครงการของแพลนเน็ต คอมฯ กล่องทีวีดิจิตอลภายใต้แบรนด์ PlanetComm เป็นสินค้าคุณภาพสูงมีแผงหน้าแสดง ตัวเลขดิจิตอล คงทน อายุการใช้งานยาวนาน โดยรับประกันเครื่อง2 ปี และหาก เครื่องมีปัญหาสามารถเปลี่ยนเครื่องใหม่ได้ ทันที นอกจากนี้ยังมีบริการหลังการขายโดยมีศูนย์ให้ บริการในทุกจังหวัดที่เปิดให้ประชาชนนำคูปอง ส่วนลดแลกซื้อกล่องทีวีดิจิตอล

“ผม มั่นใจว่า ยอดขาย PlanetComm จะเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ที่ 5% ของจำนวนการแจกคูปอง 14.1 ล้านครัวเรือน หรือประมาณ 6-7 แสน เครื่อง โดยตั้งเป้าในปีนี้ขายได้กว่า 1 แสนกล่อง มั่นใจว่า Set Top Box จะสร้างรายได้ประมาณ 100 ล้านบาท ทั้งปีไม่น่าพลาดเป้ารายได้ปีนี้จะเติบโตจากปี ก่อน15-20%และยังมีงาน ด้านโทรคมนาคม หรืองานโครงการอื่น ที่ตั้งใจจะดำเนินการเพิ่มซึ่งไม่จำเป็นต้อง ใช้เงินลงทุนแต่ใช้ความรู้ความเชี่ยวชาญของ องค์กร คาดเปิดเผยความชัดเจนได้ช่วงต้นปีหน้า

 

ทั้งนี้ กล่องทีวีดิจิตอลของ PlanetComm รุ่นDTR-T2A มีคุณสมบัติ คุณภาพสูงทนทานใช้ CPU DVB T2 เวอร์ชั่น 1.3.1 มีความไวในการรับสัญญาณ ภาพคมชัดเพิ่มอรรถรสในการรับชม ตัวเครื่องแข็งแรงทนทาน มีปุ่มกดคอนโทรลที่ตัวเครื่อง กรณีรีโมทคอนโทรลหาย มีจอ LCD แสดงหมายเลขช่อง และมีศูนย์บริการ Call Center 02-792-2444 ให้คำปรึกษา โดยกล่องทีวีดิจิตอลภายใต้แบรนด์ PlanetComm จำหน่ายคู่กับเสาอากาศในราคา 1,495 บาท ถือว่าคุ้มค่ากับคุณภาพที่ได้รับ และมั่นใจว่าบริษัทฯจะกลายเป็นหนึ่งในผู้นำตลาด Set Top Box อย่างแน่นอน และคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจาก

อย่างไรก็ตามสำนักงานกสทช.กำหนดให้ประชาชนที่ได้ รับคูปองสามารถนำมาแลกรับกล่องดิจิตอล หรือ โทรทัศน์ที่มีสัญญาณรับดิจิตอลในตัว ซึ่งคูปองจะนำจ่ายผ่านไปรษณีย์ และต้องนำไปแลกรับกล่องหรือทีวีภายใน 6 เดือน โดยพื้นที่ที่จะเริ่มแจกคูปองสำหรับเฟสแรก เป็นจังหวัดที่มีสัญญาณครอบคลุมตั้งแต่ 80 % ทั้งหมด 21 จังหวัด

ครบรอบ 80 ปีกล้อง ‘Kwanon’ ต้นแบบตัวแรกจากแคนนอน

พฤ, 09/18/2014 - 10:55

แคนนอน ฉลองครบรอบ 80 ปี จุดเริ่มต้นแห่งตำนานของกล้อง 35 มม. แบบ focal-plane-shutter ต้นแบบตัวแรกของญี่ปุ่น “Kwanon” ที่ผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2477

ในครั้งนั้นทีมวิศวกรผู้สร้างได้ตัดสินใจตั้งชื่อกล้องดังกล่าวตามชื่อ “Kwannon” ของพระโพธิสัตว์กวนอิมในภาษาญี่ปุ่น ด้วยความหวังว่าพระองค์จะประทานความเมตตาอำนวยพรให้พวกเขาสามารถทำความฝันให้เป็นจริง คือประสบความสำเร็จในการผลิตกล้องถ่ายภาพที่ดีที่สุดในโลก ขณะที่ตัวเลนส์ก็ยังตั้งชื่อว่า “Kasyapa” ตามชื่อของพระมหากัสสปะ อัครสาวกองค์หนึ่งของพระพุทธเจ้า โดยส่วนด้านบนของตัวกล้องยังติดสัญลักษณ์พระโพธิสัตว์กวนอิมปางพันกรเอาไว้อีกด้วย

 

จนกระทั่งในปี พ.ศ. 2479 สองปีหลังจากที่กล้องต้นแบบ Kwanon ได้รับการผลิตออกมา และพัฒนาต่อยอดลองผิดลองถูกเรื่อยมา ในที่สุดแคนนอนก็ได้เปิดตัว Hansa Canon* กล้อง 35 มม. แบบ focal-plane-shutter ออกจำหน่ายสู่ท้องตลาดเป็นครั้งแรก และนั่นก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นของหน้าประวัติศาสตร์บริษัทแคนนอนในฐานะผู้ผลิตกล้องถ่ายภาพอย่างแท้จริง
 
ต่อมาในปี พ.ศ. 2502 แคนนอนก็ได้เปิดตัวกล้อง SLR รุ่นแรกของบริษัทออกมาในชื่อ Canonflex ตามมาด้วยกล้องรุ่น Canonet ในปี พ.ศ. 2504 ซึ่งเป็นกล้อง rangefinder ที่ได้รับการความนิยมอย่างล้นหลาม เห็นได้จากการที่สต็อคสินค้าสำหรับจำหน่าย 1 สัปดาห์ กลับขายหมดภายในเวลาเพียงแค่ 2 ชั่วโมงเท่านั้น หลังจากนั้น แคนนอนก็ยังคงเดินหน้าในอุตสาหกรรมนี้ในฐานะผู้นำเรื่อยมา และมีกล้องถ่ายภาพหลายต่อหลายรุ่นที่ได้รับความนิยมอย่างสูง อาทิ กล้อง F-1 ซึ่งเป็นกล้อง SLR 35 มม.รุ่นท็อปที่ผลิตออกมาในปี พ.ศ. 2514 และกล้อง AE-1 ในปี พ.ศ. 2519 ซึ่งเป็นกล้อง SLR รุ่นแรกของโลกที่มีการติดตั้งไมโครคอมพิวเตอร์ในตัว
 
ภายหลังการพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2530 แคนนอนก็ได้เปิดเผยโฉมหน้าของกล้องตระกูล EOS ออกสู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกในฐานะกล้อง SLR ระบบปรับโฟกัสอัตโนมัติรุ่นแรกของโลกที่มีการใช้ระบบเมาท์อิเล็กทรอนิค และในปี พ.ศ. 2538 กล้อง EOS ก็ได้เปิดศักราชใหม่เข้าสู่ยุคดิจิตอลแบบเต็มตัวและมีการพัฒนาต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน ล่วงมาถึงปี พ.ศ. 2555 แคนนอนก็เปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มกล้องดิจิตอลและเลนส์สำหรับถ่ายภาพยนตร์เพื่อผู้ใช้มืออาชีพ (Cinema EOS System) ซึ่งรวบรวมเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านการถ่ายภาพอันหลากหลาย ที่แคนนอนได้พัฒนามาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เริ่มก่อตั้งบริษัทเข้าไว้ด้วยกัน โดยกลุ่มผลิตภัณฑ์ Cinema EOS System นี้ถือว่ามีส่วนอย่างมากต่อการขยายขอบเขตใหม่ของศิลปะการเล่าเรื่อง

 
กว่า 80 ปีนับตั้งแต่การผลิตกล้องต้นแบบ Kwanon ตัวแรก ปัจจุบันแคนนอนมีฐานลูกค้าที่หลากหลายจากความอุตสาหะพยายามและไม่เคยหยุดนิ่งที่จะคิดค้นพัฒนาเทคโนโลยีกล้องและเลนส์อยู่ตลอด เพื่อเติมเต็มความฝันไม่รู้จบที่อยากจะสร้างกล้องที่ดีที่สุดในโลก โดยแคนนอนจะยังคงเดินหน้าต่อไปในการพัฒนาผลิตภัณฑ์กล้องถ่ายภาพและวิดีโอเพื่อให้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มผู้ใช้ในวงกว้างมากที่สุด
 
* กล้อง Hansa พัฒนาขึ้นจากความร่วมมือระหว่างแคนนอนกับบริษัท Nippon Kogaku K.K. (หรือบริษัทนิคอน คอร์ปอเรชั่น ในปัจจุบัน) โดยจดทะเบียนเครื่องหมายการค้าในนามบริษัท Omiya Photo Supply

เทรนด์ไมโครต่อยอดนวัตกรรมด้านการรักษาความปลอดภัย Trend Micro Deep Security 9.5 รองรับการใช้งานร่วมกับ VMware NSX

พ, 09/17/2014 - 19:58

เพื่อตอบสนองความต้องการด้านความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้นสำหรับสภาพแวดล้อมทั้งฮาร์ดแวร์ เวอร์ชวลไลซ์ และคลาวด์ บริษัทเทรนด์ไมโคร (Trend Micro) เปิดตัวโซลูชั่นใหม่สำหรับ VMware environments ที่งาน VMworld 2014 รวมไปถึงการใช้งานร่วมกับแพลตฟอร์มเน็ตเวิร์กเวอร์ชวลไลเซชั่น VMware NSX™ ทั้งนี้ Trend Micro™ Deep Security™ 9.5 ซึ่งเพิ่งเปิดตัวใหม่ นำเสนอการรักษาความปลอดภัยแบบไม่ใช้เอเจนต์ โดยปรับแต่งเป็นพิเศษสำหรับลูกค้าที่ใช้ VMware NSX และครอบคลุมทั้งส่วนควบคุมความปลอดภัยบนไฟล์และเครือข่าย

การผสานรูปแบบการรักษาความปลอดภัยแบบเวอร์ชวลไลซ์ของ VMware NSX มีการแบ่งโมเดลเป็นส่วนย่อยๆ และมีการตรวจสอบแทรฟฟิกทั้งหมด เข้ากับการควบคุมความปลอดภัยหลากหลายรูปแบบโดยไม่ใช้เอเจนต์ของ Deep Security รองรับบริการรักษาความปลอดภัยขั้นสูง รวมถึงการแบ่งส่วนย่อยอย่างละเอียด การ quarantine และแก้ไขปัญหาแบบเรียลไทม์โดยไม่มีการหยุดชะงักในการให้บริการสำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ที่ทันสมัย ซึ่งเป็นความสามารถที่ไม่มีอยู่ในเทคโนโลยีการรักษาความปลอดภัยทั่วไปที่ครอบคลุมไฟล์และส่วนรอบนอกเครือข่าย ทั้งนี้ เทรนด์ไมโครจะสาธิตความสามารถใหม่ๆ เหล่านี้ที่ห้องปฏิบัติการทดลองใช้งาน VMware NSX

“เทรนด์ไมโครและวีเอ็มแวร์ทำงานร่วมกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาโซลูชั่นการรักษาความปลอดภัยสำหรับ Software-Defined Data Center และโซลูชั่นใหม่ของเรา สำหรับ VMware NSX คือเครื่องพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านการรักษาความปลอดภัยของเรา” มร. วิลเลียม ตัน ผู้จัดการประจำประเทศไทย ภูมิภาคอินโดจีน และฟิลิปปินส์ของเทรนด์ไมโคร กล่าว “ความเชี่ยวชาญของเราในด้านการรักษาความปลอดภัยบนระบบคลาวด์และดาต้าเซ็นเตอร์ บวกกับความเป็นผู้นำด้านเวอร์ชวลไลเซชั่นของวีเอ็มแวร์ จะช่วยให้ลูกค้าได้รับประสิทธิภาพ ความคล่องตัว และความปลอดภัยสูงสุด ความสามารถที่ผสานรวมเข้าด้วยกันของโซลูชั่นระดับชั้นนำนี้จะช่วยให้ลูกค้าของเราสามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมั่นใจ”

เทรนด์ไมโครเป็นบริษัทเดียวที่นำเสนอระบบควบคุมความปลอดภัยอย่างครบวงจร โดยครอบคลุมดาต้าเซ็นเตอร์และระบบคลาวด์ที่ทันสมัย ทั้งในส่วนของโปรแกรมป้องกันมัลแวร์โดยใช้ฐานข้อมูลบนเว็บ, ไฟร์วอลล์แบบโฮสต์, การตรวจจับ/ป้องกันการบุกรุก (IDS/IPS), การตรวจสอบความครบถ้วนสมบูรณ์, การตรวจสอบบันทึกการใช้งาน และการสแกนเว็บแอพพลิเคชั่น

ที่งาน VMWorld 2014 เทรนด์ไมโครได้สาธิตการสนับสนุนระบบคลาวด์ที่ดียิ่งขึ้นด้วย Deep Security 9.5 ซึ่งประกอบด้วย Smart Agent แบบไดนามิกที่เพิ่มความคล่องตัวในการปรับใช้และเพิ่มความยืดหยุ่น นอกจากนี้ เทคโนโลยี Smart Agent ยังใช้ประโยชน์จากโปรแกรมใหม่สำหรับการตอบสนองอย่างฉับไวต่อการอัพเดตเคอร์เนลของลีนุกซ์ (Linux) ซึ่งพบเห็นได้ทั่วไปในการปรับใช้แบบไดนามิกในปัจจุบัน ช่วยให้มั่นใจได้ว่าระบบรักษาความปลอดภัยจะไม่ทำให้ธุรกิจของบริษัทชะลอตัวลง พร้อมกันนี้ เทรนด์ไมโครได้เปิดตัวปลั๊กอินสำหรับ VMware vCenter Operations Manager ซึ่งช่วยให้ลูกค้ารับทราบสถานะแบบเรียลไทม์ของเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัย โดยครอบคลุมทั้งดาต้าเซ็นเตอร์แบบเวอร์ชวล เรื่อยไปจนถึงการแสดงผลแดชบอร์ด

“ทุกวันนี้ ความปลอดภัยกลายเป็นประเด็นสำคัญสำหรับคณะกรรมการบริหารในบริษัทต่างๆ โดยมีการใช้จ่ายงบประมาณจำนวนมากให้กับระบบรักษาความปลอดภัย เพื่อรับมือกับปัญหาการละเมิดมาตรการรักษาความปลอดภัยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง” ฮาเท็ม นากิบ รองประธานอาวุโส ฝ่ายเครือข่ายและระบบรักษาความปลอดภัยของวีเอ็มแวร์ กล่าว “ด้วยการทำงานร่วมกับเทรนด์ไมโคร เรากำลังนำเสนอบริการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงที่ใช้ประโยชน์จากระบบควบคุมความปลอดภัยในดาต้าเซ็นเตอร์ที่กำหนดด้วยซอฟต์แวร์ (Software-Defined Data Center)”

WD ส่ง WD Ae ฮาร์ดไดร์ฟใหม่ออกแบบเพื่อดาต้า เซ็นเตอร์ มุ่งเจาะตลาด Cold-DATA Storage สมัยใหม่ ประหยัดพลังงาน จัดเก็บข้อมูลได้มหาศาล รองรับการขยายตัวในอนาคตดีเยี่ยม

อ, 09/16/2014 - 16:46

WD®บริษัทในเครือของเวสเทิร์น ดิจิตอล และผู้นำระดับโลกในระบบจัดเก็บข้อมูลที่ใช้สำหรับศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัย วันนี้ประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์ฮาร์ดไดร์ฟ WD Ae™ นวัตกรรมใหม่ของ WD ซึ่งได้รับการออกแบบสำหรับศูนย์ข้อมูล หรือดาต้า เซ็เตอร์ขนาดยักษ์ที่มีคุณลักษณะการทำงานไม่เหมือนใคร ฮาร์ดไดร์ฟ WD Ae ถูกออกแบบเพื่อให้เจ้าของศูนย์ข้อมูลบรรลุเป้าหมายด้านการคุ้มทุน ใช้กำลังไฟต่ำที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และสามารถใช้รูปแบบความจุแบบ Progressive Capacity™ เพื่อการใช้งานระบบจัดเก็บข้อมูลระดับใหม่สำหรับโครงสร้างพื้นฐานบนคลาวด์ขนาดใหญ่

แมทท์ รูทัลเลดจ์ รองประธานอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปฝ่ายเทคโนโลยีการจัดเก็บข้อมูลของ WD กล่าวว่า “ลูกค้าศูนย์ข้อมูลที่ทันสมัยได้มาหาเรา บอกกล่าวถึงความต้องการฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟที่ออกแบบเฉพาะสำหรับการจัดการกับข้อมูลที่ไม่ค่อยมีการใช้งานซึ่งกำลังขยายตัวมากขึ้นทุกวันนี้ และปัจจุบันฮาร์ดดิสก์เจเนอเรชั่นที่สามของ WD ได้ถูกติดตั้งสำหรับจัดเก็บข้อมูลไปแล้วมากกว่า 700 เพตาไบต์ (Petabyte) และตอนนี้ WD ได้เพิ่มเติมให้ครอบคลุมตลาดขึ้นกว่าเดิม โดยการส่งฮาร์ดไดร์ฟใหม่ WD Ae ออกสู่ตลาด อันแสดงให้เห็นถึงองค์ประกอบสำคัญอย่างยิ่งอีกประการหนึ่งของกลุ่มจัดเก็บข้อมูลความจุสูงของ WD ซึ่งนำเสนอคุณสมบัติและคุณลักษณะเฉพาะของผลิตภัณฑ์ พร้อมปรับปรุงให้เหมาะกับตลาดจัดเก็บข้อมูลที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว”

การสร้างข้อมูลกำลังขยายมากขึ้นรวมทั้งความต้องการในการเก็บรักษา สงวน และดึงสิ่งที่มีค่าออกมาจากข้อมูลเหล่านั้น นับเป็นความท้าทายใหม่โดยเฉพาะของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ ทั้งนี้ การจัดการกับข้อมูลในระยะยาวที่เชื่อถือได้ของฐานเก็บข้อมูลขนาดยักษ์กำลังกลายเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ทำให้เครื่องมือและเทคโนโลยีทั่วไปสำหรับการจัดเก็บข้อมูลแบบราคาคุ้มค่าต่อประสิทธิภาพใช้ไม่ได้ผลกับศูนย์ข้อมูลขนาดมหึมา ด้วยเหตุนี้ จึงได้เกิดแนวทางในการคิดค้นสถาปัตยกรรมการจัดเก็บข้อมูลแนวใหม่และเทคโนโลยีส่วนประกอบที่เกี่ยวข้อง

จอห์น ไรด์นิ่ง รองประธาน ฝ่ายข้อมูลผลิตภัณฑ์ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟของ IDC กล่าวแสดงความเห็นว่า “ผู้ให้บริการระบบคลาวด์มีปริมาณข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานโดยทั่วไปเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกัน ก็ต้องให้สิทธิ์แก่ลูกค้าในการเข้าถึงข้อมูลเหล่านั้นได้เกือบตลอดเวลา ฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟ WD Ae รุ่นใหม่นี้พุ่งเป้าโดยตรงไปที่การใช้งานข้อมูลเหล่านั้น และยังช่วยกำหนดส่วนย่อยของการจัดเก็บข้อมูลแบบถาวรในระดับองค์กรแบบใหม่ ถือเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับการจัดเก็บข้อมูลบนฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟสำหรับอุตสาหกรรมประเภทนี้”

ด้วยการมุ่งเน้นไปที่คุณลักษณะพิเศษเฉพาะของข้อมูลที่ไม่ค่อยมีการเข้าถึง WD จึงเป็นผู้นำตลาดจัดเก็บข้อมูลส่วนนี้ และตลาดจัดเก็บข้อมูลแบบถาวร ด้วยการสร้างที่จัดเก็บข้อมูลแบบถาวรรุ่นต่างๆ มากมาย พัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์อย่างแข็งขันเพื่อส่งมอบการผสมผสานที่ดีที่สุด ระหว่างความคุ้มทุน การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ ความหนาแน่นของการจัดเก็บ และการใช้งานอย่างแพร่หลาย WD Ae จึงเป็นฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์แบบเก็บถาวรที่สร้างขึ้นตามวัตถุประสงค์ พร้อมความหนาแน่นเชิงพื้นที่ระดับสูงสุดบนแพลตฟอร์มเชิงกลไกปริมาณในระดับสูง ที่นำเสนอการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงความจุในรูปแบบ Progressive Capacity

ส่วนหนึ่งของคุณลักษณะพิเศษเฉพาะของ WD Ae ได้แก่ แพลตฟอร์มแผ่นจานแม่เหล็กห้าแผ่นที่หนาแน่น มอบการผสมผสานที่ดีที่สุดระหว่างกำลัง ประสิทธิภาพ ความจุ และราคา นำเสนอความจุที่ระดับมากกว่า 6 TB อินเตอร์เฟส SATA 6 Gb/s อัตราเวิร์กโหลดและอัตราความน่าเชื่อถือในระดับภาระงาน 60 TB/yr รวมถึงระยะเวลาเฉลี่ยก่อนการเสียหายแต่ละครั้ง (MTBF) ที่ 500 Khrs

ความจุแบบ Progressive Capacity ของฮาร์ดไดร์ฟ WD Ae

เมื่อเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตเติบโตอย่างเต็มที่เมื่อเวลาผ่านไป จึงได้มีการตระหนักถึงการเพิ่มความจุส่วนเพิ่มเติม ความจุในรูปแบบ Progressive Capacity ซึ่งเป็นนวัตกรรมใหม่ของ WD เปิดทางให้มีการกระจายรูปแบบความจุส่วนที่เพิ่มขึ้นเหล่านี้ เพื่อใช้ประโยชน์จากความจุเต็มขีดที่มีอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งได้แก่ ขนาด 6.1 TB, 6.2 TB หรือ 6.3 TB เป็นต้น การเพิ่มความจุทีละน้อยเหล่านี้ส่งผลให้ได้มาซึ่งความจุที่เพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากผ่านรูปแบบแพลตฟอร์มของผลิตภัณฑ์ ในการใช้งานสมัยใหม่แบบวงกว้าง ความพร้อมใช้งานของความจุส่วนเพิ่มในแต่ละส่วนนี้ก่อให้เกิดคุณค่าชั้นเยี่ยมสำหรับผู้ดูแลศูนย์ข้อมูล ที่สามารถตระหนักได้ถึงความสำคัญในการปรับปรุงความจุต่อไดร์ฟ ความจุต่อพื้นที่ว่างเชิงปริมาตร และค่าใช้จ่ายในส่วนโครงสร้างพื้นฐานที่ลดลง

ที่จัดเก็บข้อมูลแบบ Hot และ Cold – ความต่อเนื่องของอุณหภูมิในการจัดเก็บข้อมูล

ขณะที่ราว 20-30% ของข้อมูลบนเครือข่ายส่วนใหญ่เป็นข้อมูลที่ใช้งานอยู่ หรือที่เรามักจะเรียกกันว่าข้อมูล “hot” แต่ข้อมูลส่วนใหญ่ถึง 70-80% เป็นข้อมูลที่ไม่ได้ใช้งานหรือที่เรียกกันว่าข้อมูล “cold” ซึ่งหมายความว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นในข้อมูลนั้น และแทบไม่ค่อยมีการเข้าถึงแต่อย่างใด เมื่อพิจารณาจากปัญหาท้าทายในการจัดเก็บความจุระดับเพตาไบต์ (petabyte) หรือขนาด เอ็กซาไบต์ (Exabyte) ของข้อมูลในบริการแบบคลาวด์สาธารณะ และการให้บริการระบบคลาวด์ส่วนตัว (private cloud ecosystem) ที่จะเน้นในเรื่องการสร้างลำดับชั้นของการจัดเก็บข้อมูลด้วยระดับความสำคัญของข้อมูลที่แตกต่างกัน หรือที่เรียกกันว่าระดับ “อุณหภูมิข้อมูล” โดยทั้งนี้ ระดับข้อมูลแบบ cold กำลังเกิดขึ้นในลักษณะที่คล้ายคลึงกับวิธีที่ “ระดับ 0” ได้ผุดขึ้นในช่วงหนึ่งทศวรรษที่ผ่านมา เพื่อจัดการกับปัญหาความต้องการในส่วนของประสิทธิภาพที่สำคัญอย่างยิ่ง ปัจจุบัน อุตสาหกรรมการจัดเก็บข้อมูลกำลังเพิ่มระดับใหม่ที่ตรงข้ามกับจุดปลายสุดของค่าระดับอุณหภูมิข้อมูล ซึ่งมักจะเรียกกันว่า การจัดเก็บ “ระดับ 3”

การจัดเก็บข้อมูลที่ไม่ค่อยมีการใช้งานเป็นแนวทางในการสร้างระดับใหม่ของข้อมูลที่สำคัญแต่ไม่ค่อยมีการเข้าถึงบ่อยนักเป็นเวลานาน และสามารถรวมถึงข้อมูลที่มีการจัดโครงสร้าง ไม่มีการจัดโครงสร้าง หรือกึ่งจัดโครงสร้างที่มีค่าแบบไม่ตกยุค และกำหนดเวลาการค้นคืนข้อมูลเหล่านี้ไม่เป็นที่แน่นอน ด้วยเหตุนี้เอง ช่วงเวลาในการค้นคืนข้อมูลจึงยืดหยุ่นได้ เมื่อเทียบกับระดับความเร็วที่ต้องมีการค้นคืนข้อมูลที่ใช้งานบ่อย

ท้ายที่สุดแล้ว ด้วยโครงสร้างพื้นฐานและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูลซึ่งไม่ค่อยมีการใช้งานที่ได้รับการปรับปรุงเรื่องต้นทุน และสร้างขึ้นตามวัตถุประสงค์ แผนกไอทีจึงสามารถส่งมอบข้อมูลที่ไม่ค่อยมีการใช้งาน หรือข้อมูลแบบเก็บถาวรเมื่อถึงเวลาต้องค้นคืนได้ หรือเมื่อถึงเวลาต้องเก็บถาวรโดยที่ได้รับการปรับปรุงในวงกว้าง ซึ่งเป็นวิธีที่ดีกว่าการใช้ปริมาณบรรจุของการเก็บในไลบรารีเทปที่มีขนาดใหญ่มาก และขณะเดียวกันก็ยังใช้ประโยชน์จากระบบการจัดเก็บบนฮาร์ดดิสก์ไดร์ฟมาตรฐานที่มีการใช้กันอย่างแพร่หลาย และตระหนักถึงคุณค่าการใช้งานที่เหมาะสมที่สุด รวมถึงการประหยัดต้นทุนในการจัดเก็บเป็นสำคัญ

การวางจำหน่าย

ในช่วงปลายปีนี้ฮาร์ดไดรฟ์ WD Ae จะวางจำหน่ายเป็นกล่อง ปริมาณกล่องล่ะ 20 ยูนิต โดยผ่านตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยที่ได้รับการแต่งตั้งและคู่ค้าผู้ให้บริการติดตั้งระบบ สินค้ารับประกันตามเงื่อนไขนาน 3 ปี ศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ WD Ae ฮาร์ดไดรฟ์สำหรับดาต้าเซ็นเตอร์ คลิก http://www.wdc.com/en/products/products.aspx?id=1340

รายงานของอะโดบีเปิดเผยว่า ขนาดหน้าจอ iPhone ส่งผลกระทบต่อส่วนแบ่งตลาดโมบายล์เบราว์เซอร์

อ, 09/16/2014 - 10:25

 

อะโดบีเปิดเผยรายงาน Mobile Benchmark Report ประจำปี 2557 ซึ่งวิเคราะห์เทรนด์โมบายล์ล่าสุด รวมถึงการใช้งานเครือข่าย Wi-Fiเทียบกับเครือข่ายมือถือ (Cellular), ความสัมพันธ์ของขนาดหน้าจอกับส่วนแบ่งตลาดเบราว์เซอร์, บทบาทของโซเชียลเน็ตเวิร์กสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต, การแบ่งปันเนื้อหาคอนเทนต์บนอุปกรณ์ต่างๆ และประเด็นอื่นๆ ข้อมูลสำคัญจาก Adobe Digital Index แสดงให้เห็นว่า “หน้าจอของ iPhone รุ่นใหม่ต้องมีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อแก้ปัญหาแนวโน้มการลดลงของส่วนแบ่งตลาดโมบายล์เบราว์เซอร์” นอกจากนี้ Pinterest ได้กลายเป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ใช้งานผ่านอุปกรณ์พกพามากที่สุด ขณะที่ Tumblr ก่อให้เกิดรายได้สูงสุดต่อการเยี่ยมชมหนึ่งครั้ง และการใช้iBeacons กำลังเป็นที่นิยม และกำลังกลายเป็นกระแสหลัก

รายงาน Mobile Benchmark Report ของอะโดบี นับเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลแนวโน้มของโมบายล์ที่ครบถ้วนสมบูรณ์มากที่สุดในแวดวงอุตสาหกรรม โดยอ้างอิงจากข้อมูลที่รวบรวมได้ทั้งหมดของ Adobe Marketing Cloud และ Adobe Digital Publishing Suite จากการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของผู้ใช้กว่า 18,000 ล้านครั้ง ผ่านเว็บไซต์กว่า 10,000 เว็บไซต์ และมากกว่า 700 ล้านโมบายล์แอพ อีกทั้งแบบสำรวจโมบายล์ยังอ้างอิงการสัมภาษณ์ผู้ใช้อุปกรณ์พกพากว่า 3,000 คน และนักการตลาดกว่า 100 คนที่ดูแลแบรนด์ดังของสหรัฐฯ

นายจอห์น เมลเลอร์ รองประธานฝ่ายกลยุทธ์และการพัฒนาธุรกิจของ Adobe Marketing Cloud กล่าวว่า “ตลาดโมบายล์มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โมบายล์จำเป็นต้องอยู่แนวหน้าและเป็นศูนย์กลางของ กลยุทธ์การตลาดดิจิตอล เพื่อให้ก้าวทันกับนวัตกรรมทางเทคโนโลยีและความคาดหวังของผู้บริโภค แบรนด์สำคัญๆ ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรง เพื่อเข้าถึงผู้ใช้อุปกรณ์พกพา และปีหน้า (ปี 2558) จะเป็นช่วงเวลาของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ (Game Changing Year) สำหรับนักการตลาดซึ่งจะต้องนำเสนอเนื้อหาทีปรับแต่งเฉพาะ (Highly Personalized Content) สอดรับกับความต้องการของผู้ใช้บนทุกหน้าจอ”

 

ข้อมูลสำคัญ

  • โมบายล์เบราว์เซอร์: ส่วนแบ่งตลาดสำหรับ Chrome Mobile เพิ่มขึ้น 5.7 เปอร์เซ็นต์ เป็น 34.6 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ Safari Mobile ลดลง 2.6 เปอร์เซ็นต์ไปอยู่ที่ 59.1เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้ Apple iPhone และ iPad ยังคงขับเคลื่อนการท่องโมบายล์เว็บส่วนใหญ่ ด้วยส่วนแบ่งตลาด 54 เปอร์เซ็นต์ และ 80 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ ขณะที่ Samsung ครองอันดับสองทั้งในส่วนของการท่องเว็บบนสมาร์ทโฟน (24 เปอร์เซ็นต์) และแท็บเล็ต (7 เปอร์เซ็นต์)  ส่วน Amazon ครองอันดับสามสำหรับการท่องเว็บบนแท็บเล็ต ด้วยส่วนแบ่งตลาด5 เปอร์เซ็นต์

  • ขนาดหน้าจอและการท่องเว็บบนอุปกรณ์พกพา: หาก Apple ไม่มีการเปิดตัวของโทรศัพท์หน้าจอขนาดใหญ่ คาดว่าส่วนแบ่งตลาดโมบายล์เบราว์เซอร์ของ Apple จะลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้เพราะโทรศัพท์ที่มีหน้าจอใหญ่กว่าขับเคลื่อนจำนวนการเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ (Web Traffic) ได้มากกว่าที่เคยเป็นมาในอดีต การท่องเว็บบนโทรศัพท์หน้าจอ 4นิ้วขึ้นไปเพิ่มขึ้น 132 เปอร์เซ็นต์ในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้านั้น ขณะที่การท่องเว็บบนโทรศัพท์ขนาดเล็ก (ขนาด 4 นิ้ว หรือน้อยกว่า) ลดลง 11 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า นอกจากนั้น การท่องเว็บบนแท็บเล็ตอยู่ในระดับคงที่ และมีการเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพียงแค่ 1.8 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

  • โซเชียลเน็ตเวิร์กบนอุปกรณ์ต่างๆ: 36 เปอร์เซ็นต์ของการเยี่ยมชมทั้งหมดที่อ้างอิงจากโซเชียลเน็ตเวิร์กไปยังเว็บไซต์ค้าปลีกมาจากแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน โดยPinterest เป็นโซเชียลเน็ตเวิร์กที่ใช้งานบนอุปกรณ์พกพามากที่สุด ด้วย 64 เปอร์เซ็นต์จากการอ้างอิงผ่านทางโมบายล์เบราว์เซอร์ ส่วน Tumblr ขับเคลื่อนรายได้ต่อการเยี่ยมชมสูงสุด มากกว่า Facebook ถึง 39 เปอร์เซ็นต์ นอกจากนี้ อัตราการตีกลับ (Bounce Rate) จากโซเชียลเน็ตเวิร์กบนอุปกรณ์พกพาสูงกว่าเดสก์ท็อป โดยอยู่ที่ 61 เปอร์เซ็นต์ เทียบกับ 53 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

  • การเข้าถึงและแบ่งปันคอนเทนต์บนหน้าจอหลายขนาด: ผู้บริโภคเลือกที่จะเชื่อมต่อเว็บผ่านทางเครือข่าย Wi-Fi มากกว่า โดยมากกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ของการท่องเว็บบนสมาร์ทโฟน และ 93 เปอร์เซ็นต์ของการท่องเว็บบนแท็บเล็ตมาจากเครือข่าย Wi-Fi มากกว่าเครือข่ายมือถือ (เซลลูลาร์) นอกจากนี้ ผู้ใช้อุปกรณ์พกพายังแชร์เนื้อหานิตยสารดิจิตอลผ่านทางข้อความมากกว่าที่เคยเป็นมา การใช้ Apple iMessage มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างสูงมากที่ 259 เปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะที่การแชร์เนื้อหาคอนเทนต์ผ่านทางFacebook ลดลง 42.6 เปอร์เซ็นต์

  •  iBeacons และการกำหนดเป้าหมายทางภูมิศาสตร์: ในแบบสำรวจโมบายล์ที่เกี่ยวข้อง อะโดบีพบว่า iBeacons และการกำหนดเป้าหมายทางภูมิศาสตร์ (Geo Targeting)กำลังได้รับความนิยมอย่างมากจนกลายเป็นกระแสหลัก โดย 18 เปอร์เซ็นต์ของนักการตลาดโมบายล์ ใช้ iBeacons อยู่แล้ว และตัวเลขดังกล่าวคาดว่าจะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าในปี2558  นอกจากนี้ นักการตลาดเกือบครึ่งหนึ่ง (49 เปอร์เซ็นต์) ใช้การระบุพิกัด GPS เพื่อเข้าถึงผู้ใช้อุปกรณ์พกพาและโปรโมทแบรนด์ และ 33 เปอร์เซ็นต์ของผู้ใช้อุปกรณ์พกพา ใช้ประโยชน์จากการซื้อสินค้าภายในร้านโดยอาศัยอุปกรณ์พกพา

อินเทล รับเลือกเป็นองค์กรดีเด่นผู้ทำประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน จากการส่งเสริมให้เยาวชนมีความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี

จ, 09/15/2014 - 11:28

บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับเลือกจากสำนักงานส่งเสริมสวัสดิภาพและพิทักษ์เด็ก เยาวชน ผู้ด้อยโอกาส คนพิการและ ผู้สูงอายุ (สท.) โดยคณะ กรรมการสรรหาและเชิดชูเด็กและเยาวชนดีเด่นแห่งชาติและผู้ทำคุณประโยชน์ต่อ เด็กและเยาวชนประจำปี 2557 ในสาขาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี ด้วยการดำเนินกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนมีความสามารถในการพัฒนานวัตกรรมทางเทคโนโลยี อาทิการสนับสนุนนักเรียนไทยเข้าประกวดโครงงานวิทยาศาสตร์ในงาน Intel ISEF การสนับสนุนการจัดตั้งศูนย์สะเต็มศึกษาในระดับภูมิภาค ทั้งนี้ในการแถลงข่าวพิธีเปิดงานวันเยาวชนแห่งชาติ ประจำปี 2557 คุณสติยา ลังการ์พินธุ์ (ที่สองจากซ้าย) ผู้จัดการฝ่ายส่งเสริมการศึกษา บริษัท อินเทล ไมโครอิเล็กทรอนิกส์ คุณระรินทิพย์ ศิโรรัตน์ (กลาง) ผู้อำนวยการ สท. ร่วมด้วยเยาวชนอาสาสมัคร และตัวแทนนักกีฬาทีมชาติ ที่ได้รับรางวัลในปีนี้ ร่วมเสวนาในหัวข้อเรื่อง “ดีและเด่นอย่างไรถึงได้ระดับชาติ” เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการส่งเสริมศักยภาพเยาวชนให้สร้างคุณประโยชน์แก่สังคม

ดีแทคสานต่อขยายการช่วยเหลือลูกค้าน้ำท่วมภาคเหนือ 5 จังหวัด พร้อมมั่นใจรับมือไม่กระทบสถานีฐาน

พฤ, 09/11/2014 - 13:16

ดี แทคห่วงใยลูกค้าและประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากอุทกภัยในภาคเหนือ พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือทั้งให้โทรฟรีและยืดระยะเวลาชำระเงิน โดยให้ความช่วยเหลือมาตรการเดียวกับในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคอีสานเมื่อเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา โดยดีแทคเห็นความสำคัญเป็นอย่างยิ่งสำหรับการติดต่อสื่อสารโดยเฉพาะความจำ เป็นช่วงเกิดภัยพิบัติ หรือภัยธรรมชาติ จึงติดตามการเกิดอุทกภัยอย่างเกาะติดสถานการณ์ และป้องกันสถานีชุมสายและสถานีฐานตามแผนงานรับมือที่วางไว้ในกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้ลูกค้าได้ติดต่อสื่อสารอย่างมั่นใจทุกสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง

นายปัญญา เวชบรรยงรัตน์ ผู้อำนวยการอาวุโสสายงานปฏิบัติการโครงข่าย บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่า “จาก อิทธิพลของหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณภาคเหนือตอนบนและร่องมรสุมกำลัง แรง ที่ปกคลุมประเทศไทยทำให้ มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ โดยตั้งแต่เมื่อปลายเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดอุทกภัย 5 จังหวัด 14 อำเภอ 58 ตำบลในภาคเหนือ ได้แก่ จังหวัดสุโขทัย เชียงราย ตาก นครสวรรค์ และพิจิตร ทำให้มีผลกระทบทั้งภาคอยู่อาศัยและภาคธุรกิจในบริเวณดังกล่าว ซึ่งมีประชาชนได้รับความเดือดร้อนจากการคมนาคม สัญจร ความปลอดภัย และการใช้ชีวิตในสถานการณ์อุทกภัย ทำให้การติดต่อสื่อสารโดยเฉพาะการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่มีความสำคัญเป็น อย่างยิ่ง ทั้งสำหรับใช้งานเพื่อแจ้งเหตุฉุกเฉิน ขอความช่วยเหลือ แสดงความห่วงใย และเชื่อมความสัมพันธ์ในครอบครัว

“ดีแทคจึงได้จัดทีมงานพิเศษดูแลโครงข่ายเกาะติดสถานการณ์ภัยน้ำท่วมอย่างใกล้ชิด 24 ชั่วโมง ตามแผนฉุกเฉินเพื่อรับมือภัยธรรมชาติ โดยจัดเตรียมรถโมบายล์เคลื่อนที่พร้อมเครื่องปั่นไฟฟ้าแบบเคลื่อนที่ (Mobile Generator) ในกรณีฉุกเฉินถ้ากระแสไฟฟ้าขัดข้อง พร้อมทั้งได้มีการเตรียมน้ำมันสำรองไว้ในกรณีสถานีฐานถูกตัดกระแสไฟฟ้าเพราะ น้ำท่วมสูง โดยสถานีฐานจะสามารถดำเนินการต่อเนื่องรองรับการสื่อสารกรณีถูกตัดกระแส ไฟฟ้า พร้อมจัดเตรียมยานพาหนะ เช่น รถขับเคลื่อน 4 ล้อ และเรือสำหรับการเดินทางเข้า-ออกในพื้นที่สถานีชุมสายหลักในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วมภาคเหนือทุกพื้นที่” นายปัญญา กล่าว

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น หรือดีแทค กล่าวว่าจากสถานการณ์อุทกภัยในภาคเหนือ 5 จังหวัดในครั้งนี้ คาดว่าลูกค้าดีแทคซึ่งมีทั้งแบบรายเดือนและเติมเงินที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นที่จำนวนมากกว่า 1.6 แสนราย ดีแทคจึงได้ออกมาตรการเพื่อช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนทั้งให้โทรฟรี และยืดระยะเวลาชำระเงิน โดยมีการประชาสัมพันธ์ผ่านช่องทาง SMS ให้กับลูกค้าที่ได้รับสิทธิ์โดยตรง เพื่อให้สามารถใช้งานโทรศัพท์ติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องในสถานการณ์ที่จำเป็น

“สำหรับลูกค้าดีแทคหรือแบบรายเดือนในพื้นที่ดังกล่าว จะได้รับ SMS แจ้งสิทธิประโยชน์เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและส่งกำลังใจโดยมีการปรับเพิ่มวงเงินพิเศษชั่วคราวจำนวน 500 บาท (สำหรับลูกค้าที่มีวงเงินคงเหลือน้อยกว่า 500 บาท) และเลื่อนวันชำระเงินแบบอัตโนมัติ 15 วัน สำหรับลูกค้าแฮปปี้หรือแบบเติมเงิน จะได้รับ SMS แจ้งสิทธิประโยชน์โทรเบอร์ดีแทคฟรี 80 นาที ใช้ได้ 7 วัน โดย กด *222*123# โทรออก ลูกค้าที่ได้รับ SMS สามารถกดรับสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2557 เพื่อใช้งานติดต่อสื่อสารได้อย่างต่อเนื่องในช่วงได้รับภัยน้ำท่วม” นายปกรณ์ กล่าว

ไป่ตู้ แอนตี้ ไวรัส ส่งแคมเปญรณรงค์ความปลอดภัยบนอินเตอร์เน็ต นำทัพมาด้วยซอฟต์แวร์รักษาความปลอดภัยระบบคลาวด์

อ, 09/09/2014 - 14:19

“ไป่ตู้” ผู้นำเสิร์ชเอนจินยักษ์ใหญ่ระดับโลก ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์บนคอมพิวเตอร์ เว็บไซต์ และโทรศัพท์มือถือ แถลงถึงแคมเปญรณรงค์สร้างความปลอดภัยและให้ผู้ใช้ตระหนักและเข้าใจถึงภัยที่มาจากการออนไลน์ด้วยวิธีที่สนุกและง่ายผ่านการเล่นมินิเกมกำจัดไวรัส โดยมีของรางวัลเป็น ไอแพด (IPad) พร้อมดาวน์โหลดฟรี…ไป่ตู้ชุดรักษาความปลอดภัยรุ่นใหม่ล่าสุด รวมถึงไป่ตู้ แอนตี้ ไวรัส ซอฟท์แวร์รักษาความปลอดภัยของระบบคลาวด์ที่ได้รับรางวัลด้วย

หัวใจของแคมเปญมุ่งให้ความรู้ในเรื่องความปลอดภัยบนคอมพิวเตอร์ 3 ประการ ได้แก่ การป้องกันไวรัส การบำรุงรักษาคอมพิวเตอร์ และความปลอดภัยในการเข้าเว็บไซต์ต่างๆ ด้วยผลิตภัณฑ์ของไป่ตู้ อาทิ ไป่ตู้ แอนตี้ไวรัส (Baidu Antivirus), ไป่ตู้ พีซี ฟาสเตอร์ (Baidu PC Faster) และ สปาร์ก ซีเคียวริตี้ เบราว์เซอร์ (Spark Security Browser) ได้รับการออกแบบให้ทำงานแยกกันเพื่อบรรลุเป้าหมายในแต่ละด้านของความปลอดภัย ทั้ง 3 ประการดังกล่าวข้างต้น ดังนั้นทุกผลิตภัณฑ์จึงสามารถทำงานร่วมกันเป็นชุดความปลอดภัยเต็มรูปแบบช่วย รักษาความปลอดภัยของคอมพิวเตอร์บนอินเทอร์เน็ตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

กิจกรรมของแคมเปญนี้ใช้การเล่นเกมออนไลน์กำจัดไวรัส ที่ผู้เล่นสามารถแข่งขันกับผู้เล่นอื่นๆ จากทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างการแข่งขันที่เป็นมิตร รวมถึงแสดงให้เห็นว่าการรักษาความปลอดภัยบนอินเทอร์เน็ตเป็นเรื่องง่ายและสนุก

มร.แซม ดอง (Sam Dong) หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาโปรแกรม ไป่ตู้ แอนตี้ไวรัส  กล่าวว่า “พวกเราต้องการทำให้การรักษาความปลอดภัยบนอินเตอร์เน็ตง่ายขึ้นและสนุกขึ้น ทุกๆ คนจะได้ท่องเว็บและใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างสะดวกและปลอดภัยนั่นคือจิตวิญญาณของการพัฒนาไป่ตู้ แอนตี้ไวรัส รวมถึงเป็นเหตุผลเบื้องหลังการสร้างแคมเปญนี้ด้วย”

แคมเปญนี้เริ่มตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 30 กันยายน 2557 มาร่วมกันกำจัดไวรัส และลุ้นรับ iPad กับไป่ตู้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถพบได้ที่เว็บไซต์อย่างเป็นทางการของแคมเปญ: http://global.baidu.com/securityminisite/home.php หรือเข้ามากดไลค์เฟซบุ๊กของแคมเปญได้ที่: https://www.facebook.com/pages/Baidu-Security-Center/747758818619662.

เกี่ยวกับศูนย์ความปลอดภัย ไป่ตู้ (ระบบการดูแลรักษาความปลอดภัยระบบคลาวด์)

ศูนย์ความปลอดภัย Baidu คือการแก้ปัญหาความปลอดภัยคอมพิวเตอร์ของคุณแบบครบวงจร ผลิตภัณฑ์ฟรีของเราใช้เทคโนโลยีคลาวด์ล้ำสมัยในการปกป้องข้อมูลส่วนตัวออนไลน์ของคุณ และทำให้มั่นใจว่าคอมพิวเตอร์ของคุณสามารถทำงานได้เต็มที่และปลอดภัย ผลิตภัณฑ์ฟรีของศูนย์ความปลอดภัย Baidu ประกอบด้วย Baidu Antivirus, Baidu PC Faster และ Spark Security Browser สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและดาวน์โหลดฟรี เข้าไปที่ http://global.baidu.com/security/

ZyXEL ฉลองครบรอบ 25 ปี ตอบแทนความไว้วางใจ ด้วยการรับประกันสินค้าตลอดอายุการใช้งาน

อ, 09/09/2014 - 11:39

บริษัท ไซเซล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตบรอดแบรนด์ ผู้ให้บริการโซลูชั่นระบบเครือข่ายแบบมีสายและไร้สาย ฉลองครบรอบ 25 ปี คืนความสุขให้กับลูกค้าด้วย การรับประกันสินค้าตลอดอายุการใช้งาน (Lifetime Warranty) สำหรับผลิตภัณฑ์ระบบเครือข่ายสำหรับองค์กร ขนาดกลาง ขนาดย่อม และ SME (Commercial Runrate) เพื่อตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าที่มีให้มาโดยตลอด

คุณสิทธิชีพ สมเกียรติ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไซเซล (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า “ไซเซลตั้งใจส่งนโยบายการรับประกัน Lifetime Warranty เพื่อแสดงความขอบคุณลูกค้าที่ไว้วางใจและให้การสนับสนุนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ไซเซลให้เป็นผู้ดูแลระบบเครือข่ายมาโดยตลอด บริษัทฯ จึงมีความยินดีที่จะตอบแทนด้วยการคัดสรรนโยบายที่ดีที่สุดในด้านการบริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้าจากหัวใจของเรา”

นโยบาย “Lifetime Warranty” ครอบคลุมกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปกรณ์ระบบเครือข่ายสำหรับองค์กรขนาดย่อม ขนาดกลาง และ SME ประกอบด้วย 3 กลุ่มผลิตภัณฑ์ ได้แก่ กลุ่มแรก Next-Gen Unified Security Gateway USG Series (รุ่น USG40-UTM, USG60-UTM,USG60W-UTM, USG110-UTM และ USG310-UTM) กลุ่มที่สอง Business PoE Access Point (รุ่น NWA1100-NH, NWA1121-NI, NWA1123-NI และ NWA1123-AC) และกลุ่มสุดท้าย Smart Managed Gigabit Switch (GS1900 Series ทุกรุ่น) สำหรับลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์รุ่นดังกล่าวแล้ว จะได้รับการรับประกัน Lifetime Warranty โดยอัตโนมัติ นอกจากนี้ ลูกค้าที่ซื้อผลิตภัณฑ์รุ่นดังกล่าวจะได้รับบริการ Advance Replacement Service (ARS) เปลี่ยนสินค้าทดแทนล่วงหน้ากรณีสินค้ามีปัญหา ฟรี 1 ปี เมื่อลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ที่ http://ars.zyxel.co.th

หากต้องการทราบข้อมูลเพิ่มเติมหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายการรับประกันและบริการ ARS สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ http://www.zyxel.co.th หรือกรุณาติดต่อ ZyXEL Call Center ได้ที่ 02-832-0600 ตลอด 24 ชั่วโมง

Alcatel OneTouch Flash สมาร์ทโฟนซีพียู 8 คอร์ บางเฉียบ หน้าจอ IPS 5.5 นิ้ว Full HD แบตสุดอึด

จ, 09/08/2014 - 19:29

Alcatel OneTouch ประเทศไทย เปิดตัวเป็นครั้งแรกในโลก สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ตัวแรงรุ่นใหม่ล่าสุด ‘Alcatel OneTouch Flash’ โชว์จุดเด่น หน้าจอ IPS ขนาดใหญ่ 5.5 นิ้ว ความละเอียด HD ชิปประมวลผล Mediatek Octa-Core CPU 8 Core ความเร็วสูงสุด 1.4 GHz แรม 1 GB รอมในตัว 8 GB น้ำหนักเบาเพียง 150 กรัม หนา 8.1 มิลลิเมตร สะดวกสบายในการพกพา รันบนระบบปฏิบัติการ Android 4.4.2 Kitkat ใช้งานได้ 2 ซิม รองรับ 3G กล้องหลังความละเอียด 13 ล้านพิกเซล Auto Focus เซนเซอร์ Sony BSI พร้อมแฟลช กล้องหน้าความละเอียด 5 ล้านพิกเซล แบตเตอรี่ 3200 mAh เหมาะกับผู้ใช้ที่ต้องการมือถือจอใหญ่ เร็วแรง แบตเตอรี่อึด ใช้งานได้นาน ในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ง่าย

มร.ไมเคิล เฉิน ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาดประจำเอเชีย – แปซิฟิค  บริษัท TCL Mobile Communication  จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ส่งสมาร์ทโฟนเข้ามาทำตลาดในประเทศไทยได้ระยะหนึ่งแล้ว และได้รับการตอบรับที่ดีจากผู้บริโภค มียอดขายมากกว่า 80,000 เครื่อง และจากสถานการณ์ทางการเมืองที่คลี่คลาย ประเทศไทยมีรัฐบาลใหม่เข้ามาบริหารประเทศ ทำให้ผู้บริโภคและนักลงทุนมีความเชื่อมั่นในภาวะเศรษฐกิจที่กำลังปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคมีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ดังนั้นเพื่อตอบรับความต้องการของตลาดที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ บริษัทจะเดินหน้ารุกตลาดอย่างหนัก ทั้งการจัดกิจกรรมและขยายช่องทางการจัดจำหน่าย โดยจะมีสินค้าอีก 3-5 รุ่นออกมาทำตลาดในช่วงนี้ไปจนถึงสิ้นปี โดยจะเน้นที่กิจกรรมส่งเสริมการตลาดทั้งแบบ Above the Line และ Below the Line รวมถึงเน้นใช้สื่อสังคมออนไลน์ เพื่อกระตุ้นการรับรู้ในแบรนด์อัลคาเทลให้แข็งแกร่งขึ้นในประเทศไทย โดยตั้งเป้ายอดขายที่ 150,000 เครื่อง จากการคาดการณ์ตลาดรวมสมาร์ทโฟนจะอยู่ที่ 13 ล้านเครื่องภายในปีนี้

“การกลับมาอีกครั้งของอัลคาเทลในช่วงนี้นับเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากกระแสความนิยมของสมาร์ทโฟนราคาระดับกลางๆ ที่กำลังเกิดขึ้นทั่วเอเชียได้สร้างความสนใจและความกล้าให้ผู้ที่ยังไม่มั่นใจกับแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับกลาง โดยเฉพาะแบรนด์จากประเทศจีน ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ และกลับพลิกมาเล่นบทผู้สร้างแบรนด์ในระดับสากล อีกทั้งความพร้อมใจกันออกทำตลาดต่างประเทศของสมาร์ทโฟนจีนก็เป็นอีกหนึ่งแรงผลักดันที่ทำให้ผู้คนเริ่มมาให้ความสนใจกับสมาร์ทโฟนระดับบนของจีนมากขึ้น จึงทำให้เรามั่นใจอย่างยิ่งว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้อย่างที่ตั้งเป้าเอาไว้” มร.ไมเคิล เฉิน กล่าว

 


ล่าสุด บริษัทฯ ได้เปิดตัว Alcatel OneTouch FLASH ในประเทศไทยเป็นที่แรกในโลก โดยมาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด และเต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพในราคาที่ผู้ใช้สามารถเป็นเจ้าของได้ ด้วยรูปทรงที่ทันสมัย จอภาพ IPS ความละเอียดระดับ HD พร้อมเทคโนโลยี ColoRize 5.5 นิ้ว บางเบา น้ำหนักเพียง 150 กรัม หนา 8.1 มิลลิเมตร สะดวกสบายในการพกพา ระบบภายในประกอบด้วย ซีพียูแบบ Octa-core 1.4 GHz ROM 8GB และ RAM 1 GB รองรับ 2 ซิม 3G  รวมทุกสิ่งไว้ในหนึ่งเดียวด้วยซีพียูที่ทรงพลัง รูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวสวยงาม และแบตเตอรี่ขนาดใหญ่ใช้งานได้ยาวนานในทุกที่ ทุกเวลา
 
สเปคกล้องโดนใจ

จัดเต็มด้วยความละเอียดกล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และกล้องหลัง 13 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลชแบบแอลอีดี มีระบบออโต้โฟกัสและระบบป้องกันการสั่นไหวระหว่างถ่ายภาพ (Stabilizer) พร้อมดิจิทัลซูมสี่เท่า โหมดถ่ายภาพพาโนรามาได้ทั้งแนวนอนและแนวตั้ง โหมด HDR และโหมดสมาร์ทบิวตี้ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพแบบเซลฟี่ นอกจากนี้ ฟังก์ชันฮอตน๊อต (HotKnot) ที่ติดตั้งมาโดยเฉพาะสำหรับ Alcatel OneTouch FLASH ช่วยให้การโอนถ่าย ภาพหรือวีดิโอจากเครื่องหนึ่งไปยังอีกเครื่องหนึ่งทำได้เพียงการแตะเครื่องเพียงครั้งเดียว

ความเร็วสะใจกับใช้งานยาวนานยิ่งขึ้น

ด้วยประสิทธิภาพของซีพียูแบบ Octa-core CPU 8 Core แท้ ที่ความเร็ว 1.4 GHz ให้การทำงานของแอพพลิเคชัน หรือเล่นเกมเป็นไปอย่างรวดเร็วลื่นไหล ซึ่งเมื่อรวมเข้ากับแบตเตอรี่ภายในขนาดความจุสูงถึง 3,200 mAh ทุกสิ่งถูกผสมผสานให้ได้ทั้งความเร็วและระยะเวลาในการใช้งานที่ยาวนานขึ้น นอกจากนี้ ระบบ Wi-Fi แบบสองความถี่ (Dual band Wi-Fi) ให้ทั้งความเร็วและลดการถูกรบกวนสัญญาณจากภายนอก

เพิ่มพลังแบบจัดเต็มกับ Android 4.4.2 KitKat

Alcatel OneTouch FLASH มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์รุ่นล่าสุด 4.4.2 KitKat ซึ่งได้มีการปรับปรุงระบบจัดการหน่วยความจำและระบบสัมผัสให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นกว่าเดิม อีกทั้งยังมีการปรับแต่งการสั่งงานด้วยเสียง รวมไปถึงโปรแกรมที่ออกแบบใหม่ อาทิ Quickoffice และอีเมล์

Apacer จับมือ 20th Century Fox ฉลองการมาของภาพยนตร์ “The Maze Runner” ผลิตแฟลชไดร์ฟรุ่นพิเศษ

จ, 09/08/2014 - 12:45

The Maze Runner เป็นภาพยนตร์ที่กำลังจะเข้าฉายในเดือนกันยายนนี้ และจะนำผู้ชมสู่การเดินทาง ผจญภัยอันน่าตื่นตาตื่นใจ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการเปิดฉายของภาพยนตร์เรื่องนี้พร้อมกันทั่วโลก Apacer ผู้นำเทคโนโลยีด้านอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล ได้จับมือกับ 20th Century Fox เพื่อจัดกิจกรรมทางการตลาดในธีมของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว

ในวันนี้ ลูกค้า Apacer ท่านใดที่ได้ซื้อผลิตภัณฑ์ที่เป็น Limited Edition ในธีมของภาพยนตร์เรื่อง The Maze Runner จะได้รับโอกาสที่จะได้รับรางวัลหมวกแกปในธีมของภาพยนตร์เรื่อง The Maze Runner หรือแผ่นบังแดดสำหรับรถยนตร์ แผ่นรองเมาส์ ปากกาไฮไลท์ และอื่น ๆ อีกมากมาย จนกว่าของจะหมด

ผลิตภัณฑ์จาก Apacer ในรูปแบบลิมิเต็ดอิดิชันในธีมของภาพยนตร์เรื่อง The Maze Runner นั้นประกอบไปด้วย แฟลชไดร์ฟ USB3.0 AH353 แฟลชไดร์ฟแบบ USB2.0 AH111 แฟลชไดร์ฟ OTG AH175 และ microSDHC CL4 และ CL10 UHS-1 สำหรับโทรศัพท์มือถือ และอื่น ๆ อีกมากมาย

ภาพยนตร์เรื่อง The Maze Runner นั้นสร้างขึ้นโดยมีผู้กกับชื่อดังอย่าง Wes Ball และดาราคนสำคัญ ๆ อย่าง Dylan O’Brien, Kala Scodelario, Thomas Brodie-Sangster, Will Poulter และ Patricia Clarkson สร้างขึ้นจากหนังสือชื่อดังที่เขียนโดย James Dashner โดยชื่อภาพยนตร์ The Maze Runner นั้นเป็นเรื่องราวของเด็กหนุ่มที่ชื่อว่า Thomas ที่ตื่นขึ้นมาและพบว่าตัวเองนั้นติดอยู่ในภาพของความสับสนในสมอง และถูกล้างความทรงจำ คงไว้แต่ความสับสนและเรื่องราวขององค์กรณ์ลี้ลับ ที่ชื่อว่า W.C.K.D โดยที่เขาต้องพยายามประติดประต่อเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีต เพื่อที่จะหลุดพ้นจากเหตุการดังกล่าว และเพื่อที่จะเปิดเผยประสงค์อันแท้จริงของเหตุการณ์ในครั้งนี้

Panasonic ขนทัพเครื่องเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นบุกตลาด SME หวังขึ้นแท่นเบอร์หนึ่งในธุรกิจงานด้านเอกสาร

จ, 09/08/2014 - 12:01

พานาโซนิคเปิดตัวเครื่องเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นรุ่นใหม่ล่าสุด “MB2100 Series” ที่มาพร้อมเทคโนโลยีการพิมพ์แบบหน้าหลังอัตโนมัติความเร็วสูง เอกลักษณ์เฉพาะพานาโซนิคที่ตอบสนองทุกความต้องการของงานพิมพ์ ด้วยฟังก์ชั่นที่หลากหลาย พร้อมตั้งเป้าครองอันดับหนึ่งธุรกิจงานด้านเอกสารในปีนี้

มร.โทชิฮิโร มาจิมะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท พานาโซนิค ซิว เซลส์ ประเทศไทย (จำกัด) กล่าวว่า ในปีนี้พานาโซนิคเปิดตัว ผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มเครื่องเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่น MB2100 series ที่มาพร้อมกับสุดยอดเทคโนโลยี Quick Duplex ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเอกลักษณ์เฉพาะพานาโซนิค สามารถพิมพ์สองหน้าอัตโนมัติด้วยอัตราความเร็วสูงถึง 24 หน้าต่อนาที ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีฟังก์ชั่นที่โดดเด่น อาทิเช่น Quick Job Key, Secure Printing และ Mobile and Remote Printing ซึ่งคาดว่า MB2100 Series นี้จะช่วยเติมเต็มตลาดเครื่องเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นของพานาโซนิคให้สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น ผนวกกับภาพลักษณ์ที่แข็งแกร่งของ แบรนด์พานาโซนิคในตลาดเครื่องเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่น ที่มีมายาวนาน ทำให้บริษัทเชื่อมั่นว่า จะได้รับการตอบรับที่ดีจากตลาดในประเทศไทย และจะทำให้พานาโซนิค เป็นอันดับหนึ่งในตลาดเครื่องเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นได้อย่างแน่นอน

ผู้สนใจสามารถร่วมทดสอบประสิทธิภาพของผลิตภัณฑ์เครื่องเลเซอร์มัลติฟังก์ชั่นของพานาโซนิคได้ที่ผู้แทนจำหน่าย พานาโซนิค และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วไป และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ พานาโซนิค 02-729-9000 หรือ http://panasonic.com/th

ZyXEL One Network ระบบติดตั้งอุปกรณ์และบำรุงรักษาระบบเครือข่ายอย่างมีประสิทธิภาพ

พ, 09/03/2014 - 19:54

บริษัท ไซเซล (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำระดับโลกด้านเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตบรอดแบรนด์ ผู้ให้บริการโซลูชั่นระบบเครือข่ายแบบมีสายและไร้สายกับกลุ่มลูกค้าองค์กรโทรคมนาคม ธุรกิจขนาดกลางขนาดเล็ก รวมถึงผู้ใช้งานตามบ้าน ขอแนะนำ “ไซเซล วัน เน็ตเวิร์ค” (ZyXEL One Network) นวัตกรรมที่ได้รับการพัฒนาจากความชื่นชอบและหลงใหลการคัดสรรโซลูชั่นอันยอดเยี่ยมของไซเซล เพื่อความคล่องตัว พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพ เน้นถึงผลที่ได้จากการใช้งาน โดยครอบคลุมอุปกรณ์ทั้งหมดที่จำเป็นต่อการทำงานในระบบเครือข่ายของธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (SMBs) โดยสามารถแก้ไข ตั้งค่า รีเซ็ต และรีบูต ได้จากระบบส่วนกลาง ทำให้ประหยัดเวลา ลดภาระการทำงานซ้ำซ้อน อีกทั้งเพิ่มประสิทธิภาพของการทำงานในระบบเครือข่ายให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น

หัวใจของ “ZyXEL One Network” คือการรวมระบบการทำงานของไซเซลตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐานแบบมีสายและไร้สาย ตลอดถึงเกตเวย์รักษาความปลอดภัยระบบเครือข่าย และไฟร์วอลล์ มารวมไว้ภายใต้อินเตอร์เฟซ front-end เพียงอันเดียว โดยมี 3 องค์ประกอบหลัก คือ ZyXEL ZON utility ระบบติดตั้งและค้นหาระบบเครือข่ายที่รวมการตั้งค่าไอพี การอัพเกรดเฟิร์มแวร์ และการบำรุงรักษาระบบเครือข่าย เพื่อช่วยลดภาระการจัดการระบบได้อย่างมาก ZyXEL Smart Connect ช่วยอุปกรณ์ต่างๆ ของไซเซลให้สามารถค้นหาอุปกรณ์ใกล้เคียงโดยอัตโนมัติ สามารถดูหน้าอินเตอร์เฟซและจัดการกับอุปกรณ์ต่างๆ จากส่วนกลาง โดยไม่จำเป็นต้องอยู่หน้าอุปกรณ์นั้นๆ อีกทั้งยังสามารถตั้งค่าต่างๆ และสั่งคืนค่าตั้งต้นจากโรงงานด้วยการรีโมทเช่นกัน  ระบบอำนวยความสะดวกดังกล่าวสามารถนำไปใช้ได้กับอุปกรณ์ที่รองรับ LLDP (Link Layer Discovery Protocol) แม้จะเป็นอุปกรณ์จากผู้ผลิตที่ต่างกัน แต่จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพหากใช้ร่วมกับสวิทช์ PoE ของไซเซล ซึ่งสามารถแสดงค่าการใช้พลังงานต่อพอร์ตและสามารถสั่งรีบูทอุปกรณ์ต่างๆ ได้ด้วยการรีโมท องค์ประกอบสำคัญชิ้นสุดท้ายคือ การรวมเทคโนโลยี AP Controller (APC) เข้าไว้ด้วยกันกับเกตเวย์ เพื่อให้ทุกธุรกิจสามารถวางระบบการจัดการ Access Point ได้ในราคาย่อมเยา อีกทั้งสามารถปรับจำนวนการใช้งานที่ต้องการเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจในอนาคตได้

การผนึกกำลังของ 3 องค์ประกอบที่สำคัญดังกล่าวมา ทำให้ “ZyXEL One Network” สามารถจัดการกับการทำงานของระบบเครือข่ายให้มีความยืดหยุ่น มีประสิทธิภาพ ลดค่าใช้จ่ายได้เป็นอย่างมาก

เหตุการณ์ที่ต้องใช้เวลานานในการแก้ปัญหาระบบเครือข่ายจะกลายเป็นอดีต ด้วยการเริ่มต้นกับ “ZyXEL One Network” ผู้ช่วยอัจฉริยะในการจัดการและแก้ปัญหาระบบเครือข่ายในปัจจุบันและอนาคต เชื่อมต่อการวางระบบ Smart Connect ในผลิตภัณฑ์รุ่นต่อๆ ไปของไซเซล รวมถึงการรองรับระบบคลาวด์ ระบบเครือข่าย BYOD และเทคโนโลยีใหม่อื่นๆ ที่ไซเซลกำลังพัฒนาเพื่อสร้างประสบการณ์ระบบเครือข่ายที่เป็นหนึ่งเดียวอันราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับข้อมูลผลิตภัณฑ์ทั้งหมด และข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับ ZyXEL One Network กรุณาติดต่อตัวแทนจำหน่ายใกล้บ้านท่าน หรือบนเว็บไซต์ไซเซล http://www.zyxel.co.th หรือติดต่อ ZyXEL Call Center ได้ที่ 02-832-0600 ตลอด 24 ชั่วโมง

อัลคาเทล เปิดตัวสมาร์ทโฟน Alcatel Onetouch Flash พร้อมจัดกิจกรรม Guess the Price, Win a Flash! ชิงรางวัลสมาร์ทโฟน Alcatel Onetouch Flash

อ, 09/02/2014 - 22:26

บริษัทอัลคาเทล (ประเทศไทย) จัดงานแนะนำ Alcatel OneTouch Flash รอบสื่อมวลชนและบล๊อกเกอร์ ซึ่งถือว่าเป็นการเปิดตัวที่ประเทศไทย เป็นที่แรกในโลก โดยมีสื่อมวลชนและบล๊อกเกอร์ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก Alcatel OneTouch Flash สมาร์ทโฟนที่มีสเปคแบบจัดหนัก ซีพียู Octa-core (x8) กล้องหลังละเอียด 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล หน้าจอ IPS HD (1280×720) แบตเตอรี่ 3300 mAh ดีไซน์เครื่องสวยงามสไตล์ของ Alcatel
ส่วนราคาของ Alcatel OneTouch Flash จะประกาศในวันเปิดตัวใหญ่ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 8 กันยายน 2557 นี้ที่เซ็นทรัล เวิร์ล ซึ่งทางอัลคาเทลรับประกันว่า เป็นราคาสร้างปรากฏการ์ณ “บิ๊ก เซอร์ไพส์” อย่างแน่นอน!


ทั้งนี้แฟน เพจ Digi2you เชิญร่วมกิจกรรม "Guess the Price, Win a Flash!" สมาชิกแฟนเพจร่วมทายราคาจำหน่ายของ Alcatel OneTouch Flash ว่ามีราคาเท่าไหร่? มีรางวัลเป็นสมาร์ทโฟน Alcatel OneTouch Flash จำนวน 1 รางวัล *สุ่มจับจากรายชื่อ ผู้ที่ตอบราคาได้ถูกต้อง สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้จากเพจ digi2you และเว็บไซต์ http://www.ttdg.co.th/guess-the-price-win-a-flash/

แพลนเน็ตคอมฯแนะนำโซลูชั่นใหม่ ล้ำสมัยด้วย Smart Building ในงาน Temca 2014

จ, 09/01/2014 - 17:42

บริษัท แพลนเน็ต คอมมิวนิเคชั่น เอเชีย จำกัด (มหาชน) หรือ PCA ผู้นำเทคโนโลยีทางด้านระบบสื่อสารโทรคมนาคมและดิจิตอลทีวีสำหรับองค์กรชั้น นำในเขตประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (AEC) เข้าร่วมงาน Temca 2014 นำเสนอโซลูชั่นใหม่ล้ำสมัย ด้วย Smart Building Solutions ได้แก่ Structured Cabling Solutions เชื่อมต่อโครงข่ายข้อมูลผ่านสาย เคเบิลประสิทธิภาพ, IP Wireless พกพาอุปกรณ์ไร้สายของคุณไปได้ทุก ตารางนิ้ว

IP Gate-way เชื่อมต่อโลกอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ผ่าน FTTH Home Gateway, IP Smart Play เปิดประสบการณ์ใหม่รับ ชมรายการโปรดได้ทุกที่ทุกเวลา , IP Surveillance Cameras อุปกรณ์รักษา ความปลอดภัย กล้องวงจรปิดคมชัดระดับHD และ IP Technology สัมผัสประสบการณ์ใหม่ด้วย Video Phone ความละเอียดสูง โดยเป็นการประสานงานการทำงานของระบบทั้งหมดเข้าด้วยกันกับอาคาร หรือที่พักอาศัย และง่ายต่อการใช้งานโดยสามารถควบคุมการทำงานของระบบต่างๆได้ ผ่านทาง Smart Phone หรือ Tablet โดย ในงานมีผู้ให้ความสนใจกับบูธของบริษัทฯ เป็นจำนวนมาก ณ โรงแรมแอมบาสเดอร์ ซิตี้ จอมเทียน พัทยา เมื่อเร็ว ๆ นี้

หน้า

เปลี่ยนสี

รูปแบบที่เลือก: มาตรฐาน

อาทิตย์, ธันวาคม 21, 2014 - 13:07