วิทยุเพื่อการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารทางสื่อสิ่งพิมพ์

ข่าวสารไอที

ข่าวประชาสัมพันธ์ ข่าวการตลาด ข่าวกิจกรรมต่างๆ ในแวดวงไอที และการพูดคุยกับผู้บริหารในองค์กรชั้นนำของประเทศ
ถูกปรับปรุง: 59 นาที 26 วินาที ก่อน

ดีแทครุกตลาดแอปพลิเคชันขยายคอนเทนต์หลากหลาย ตอบโจทย์การอ่านยุคดิจิตอล เปิดตัวหนังสือดิจิตอลเล่มใหม่เล่าหมดเปลือกชีวิตตลกซุปเปอร์สตาร์ “แจ๊ส ชวนชื่น” ผ่านแอปพลิเคชัน “dtac Readever” ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ ฟรี!

พ, 07/23/2014 - 11:59

ดีแทครุกตลาดแอปพลิเคชันปีนี้ ปั้นคอนเทนต์บนมือถือเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลายบน dtac Readever (ดีแทครีดเอฟเวอร์) แอปพลิเคชันที่เปิดประสบการณ์การอ่านรูปแบบใหม่ ทั้งในรูปแบบ E-book และ E-magazine จากหลากหลายสำนักพิมพ์ทั้งการตลาด, ธุรกิจ, เทคโนโลยี, แฟชั่น, บันเทิง, แม่และเด็ก, สุขภาพ, ตกแต่งบ้าน และอีกมากมาย โดยขยายคอนเทนต์ให้หลากหลายมากยิ่งขึ้นหวังเพิ่มฐานคนรักการอ่าน เปิดตัวหนังสือดิจิตอลเล่มใหม่ล่าสุดเนื้อหาแบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ dtac Readever เท่านั้น เขียนโดย “แจ๊ส ชวนชื่น” เล่าหมดเปลือกชีวิตตลกซุปเปอร์สตาร์ สามารถดาวน์โหลดผ่านแอปพลิเคชัน dtac Readever ฟรี! ได้แล้ววันนี้

นายปกรณ์ พรรณเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายการตลาด บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ดีแทค เปิดเผยว่า ดีแทคเปิดตัวแอปพลิเคชัน dtac Readever เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ภายใต้คอนเซ็ปต์ “อ่าน-เขียน-แชร์” พร้อมลูกเล่นแบบอินเตอร์แอคทีฟมากมายที่พร้อมเปิด ประสบการณ์การอ่านรูปแบบใหม่ๆ ให้กับลูกค้า ซึ่งได้รับกระแสการตอบรับเป็นอย่างดีมากจากลูกค้า โดยวันนี้มีลูกค้ากว่า แสนราย เป็นลูกค้า 70% ที่เป็นสมาร์ทโฟน และ 30% ที่เป็นแท็บเล็ต พร้อมรุกอย่างต่อเนื่อง เพิ่มคอนเทนต์บนมือถือเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์หลากหลาย ทั้งนี้เพื่อผลักดันให้มีการเข้าถึงการอ่านที่สนุกสนานมากขึ้น ครั้งนี้เรานำเสนอหนังสือชื่อ “It’s jazz style” เขียนโดย แจ๊ส ชวนชื่น ที่มีให้โหลดเฉพาะที่แอปพลิเคชัน dtac Readever เท่านั้น โดยลูกเล่นของหนังสือเล่มนี้จะเน้นการเล่าเรื่องราวชีวิตแบบสนุกๆ และเรื่องแฟชั่นการแต่งตัวของ แจ๊ส ชวนชื่น มาพร้อมกับการเล่นเกมส์แต่งตัว จัดเสื้อผ้า และเล่นแอ็คชั่นบังคับตัวแจ๊สได้อีกด้วย โดยหนังสือดิจิตอลเล่มนี้จะสามารถช่วยขยายฐานกลุ่มลูกค้าทั่วไปสู่ฐานกลุ่ม วัยรุ่นได้มากขึ้น นอกจากหนังสือแจ๊สแล้วดีแทคยังจะมีหนังสือจากสำนักพิมพ์ชื่อดังอีกหลายเล่ม ให้ลูกค้าได้เลือกอ่านอีกหลากหลายประเภท อาทิ ดูดวง หรือ หนังสือธรรมะ ทั้งนี้เพื่อตอบสนองกลุ่มผู้ใหญ่และผู้ชอบการดูดวง เป็นต้น

พิเศษ! ลูกค้าดีแทคและแฮปปี้สามารถดาวน์โหลดหนังสือ “It’s Jazz Style” แบบสุดเอ็กซ์คลูซีฟที่มีเฉพาะใน dtac ReadEver เท่านั้น ดาวน์โหลดได้แล้ววันนี้ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ได้ทั้งสมาร์ทโฟน และแท็บเล็ต ได้ฟรีที่ app store หรือ Google Play ได้แล้วตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dtac.co.th

กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ ได้รับความไว้วางใจจาก ธนาคารออมสิน เพื่อให้บริการศูนย์สำรองข้อมูลหลัก (Disaster Recovery)

พ, 07/23/2014 - 09:23

กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ นำโดย บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ ดาต้าเซ็นเตอร์ จำกัด และ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด ได้รับความไว้วางใจจากธนาคารออมสิน ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ ในรูปของสถาบันการเงิน ที่รัฐบาลเป็นประกันอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกระทรวงการคลัง เพื่อเป็นผู้ให้บริการศูนย์สำรองข้อมูลหลักขนาดใหญ่กว่า 120 ตารางเมตร โดยได้มีพิธีลงนามในสัญญาร่วมกัน นำโดยคุณณัฐนัย อนันตรัมพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ ดาต้าเซ็นเตอร์ จำกัด และ บริษัท อินเตอร์ลิ้งค์ เทเลคอม จำกัด และ คุณบุญสน เจนชัยมหกุล รองผู้อำนวยการธนาคารออมสิน กลุ่มเทคโนโลยีสารสนเทศ พร้อมทีมผู้บริหารทั้ง 2 ฝ่าย ณ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ วันทิ่ 21 กรกฏาคม 2557

MemoryToday.com จับมือ OCZ Storage Solutions จัดกิจกรรมแจกของรางวัลให้ลูกค้า OCZ

อ, 07/22/2014 - 18:41

Promotion พิเศษจาก OCZ Storage Solutions : A Toshiba Group Company by MemoryToday.com ลุ้นรับ Apple iPad mini with Retina display 1 รางวัล, Swiss Gear OCZ exclusive backpack 3 รางวัล และ OCZ T-Shirt : OCZ THE SSD EXPERTS 100 รางวัล

กติกาการร่วมสนุก

1. Post รูป Promotion นี้ลงใน Facebook Timeline ของลูกค้า

2. ส่ง Serial Number ของ SSD OCZ รุ่นใดและขนาดใดก็ได้ที่ซื้อระหว่างวันที่ 14 กรกฎาคม – 31 สิงหาคม 2557 โดย E-Mail มาที่ OCZ@MemoryToday.com โดยใช้

ชื่อเรื่อง (Subject) เป็น Serial Number ของ SSD OCZ เช่น A21WL011352001992
และในเนื้อหาระบุ
2.1 รุ่นและขนาดของ SSD OCZ
2.2 วันที่และร้านค้าที่ซื้อ
2.3ชื่อและหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อกลับ
2.4 Link ของ Post รูป Promotion นี้ที่โพสต์ลงใน Facebook Timeline ของลูกค้า

3. หมดเขตส่ง E-Mail ร่วมสนุก วันที่ 31 สิงหาคม 2557 ประกาศผลวันที่ 4 กันยายน 2557

4. สอบถามเพิ่มเติม โทร. MemoryToday.com Hotline: 084-959-9000

เกณฑ์การตัดสิน

1. นำหมายเลข Serial Number ของ SSD ใส่ในโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อสุ่มร่วมสนุกจับรางวัลผู้โชคดี

2. พนักงานและบุคคลในครอบครัว ของ MemoryToday.com และบริษัทตัวแทนที่เกี่ยวข้อง ไม่มีสิทธิ์เข้าร่วมรายการส่งเสริมการขายในครั้งนี้

3. MemoryToday.com ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับแลกของรางวัลเป็นเงินสด ไม่สามารถโอนสิทธิ์ให้ผู้อื่นได้ และผู้โชคดีจะต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้เท่านั้น

4. คำตัดสินของคณะกรรมการตัดสินถือเป็นที่สิ้นสุด

เงื่อนไขการรับรางวัล

1. ประกาศผลวันที่ 4 กันยายน 57 ผ่านทาง MemoryToday.com Facebook Page และผู้ที่ได้รับรางวัลจะได้รับการติดต่อกลับ

2. ผู้โชคดีที่ได้รับการประกาศ ต้องแสดงหลักฐานการร่วมสนุก ได้แก่
2.1 SSD OCZ ที่มี Serial Number ที่ได้รับรางวัล
2.2 เอกสารหลักฐานการซื้อสินค้าที่ระบุวันที่และร้านค้าที่ซื้อ
2.3 บัตรประชาชน
2.4 รูป Promotion นี้ที่โพสต์ลงใน Facebook Timeline ของลูกค้า

3. สามารถรับของรางวัลได้ที่ MemoryToday.com’s Shop @ IT-Mall Fortune 7 อาคารศูนย์การค้าเดอะไอทีมอลล์ ชั้น 3 ห้อง 3 อาร์ 22 ถนนรัชดาภิเษก ดินแดง กรุงเทพมหานคร 10400 ทั้งนี้สามารถแจ้งให้จัดส่ง EMS ฟรี กรณีไม่สะดวกมารับเอง (หมดเขตรับรางวัล 14 กันยายน 57)

ขอได้รับความขอบคุณจากทีมงาน MemoryToday.com มา ณ. ที่นี้ครับ

ไมโครซอฟท์ปูทางสู่โลกยุค “mobile first, cloud first” ประกาศนับถอยหลังหนึ่งปี ก่อนยุติการสนับสนุน วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003

อ, 07/22/2014 - 11:16

ไมโครซอฟท์จะยุติการให้บริการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 และ 2003 R2 ในวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 โดยองค์กรที่ยังคงใช้งานระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้จะมีเวลาหนึ่งปีในการเตรียมตัวถ่ายโอนระบบเซิร์ฟเวอร์ไปสู่ระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ เพื่อให้ปลอดกังวลทั้งในด้านความปลอดภัย การรับรองเกณฑ์มาตรฐานต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรม ต้นทุนการบำรุงรักษาระบบ และการรองรับซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ในอนาคต

องค์กรต่างๆ ทั่วโลกได้ให้ความไว้วางใจใน วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 มาเป็นระยะเวลากว่า 11 ปีเต็ม โดยระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์รุ่นนี้ได้ขับเคลื่อนโครงสร้างระบบไอทีขององค์กรต่างๆ ทั่วภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ไม่ว่าจะเป็นอีเมล เว็บไซต์ หรือแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจอีกนับไม่ถ้วน

ทั้งนี้ ข้อมูลจากสไปซ์เวิร์กส์ เครือข่ายผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีที่มีสมาชิกกว่า 5 ล้านคนทั่วโลก ระบุว่ากว่า 42% ขององค์กรในประเทศไทยยังคงใช้งานเซิร์ฟเวอร์บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 อยู่อย่างน้อยหนึ่งเครื่อง ในเดือนมิถุนายน 2557

“ข้อมูลนี้เป็นเครื่องยืนยันว่าวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 เป็นระบบปฏิบัติการที่เป็นที่นิยมทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกตลอด 11 ปีที่ผ่านมา” แคธริน พริบิช ผู้จัดการโครงการ วอยซ์ ออฟ ไอที ของสไปซ์เวิร์กส์ กล่าว“อย่างไรก็ดี เทคโนโลยีคลาวด์และเทรนด์การทำงานนอกสถานที่ได้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการใช้งานเทคโนโลยีเพื่อการทำงานไปไม่น้อย จนทำให้ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีในองค์กรต่างๆ ต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ภายในองค์กร ดังนั้น การที่ไมโครซอฟท์ประกาศยุติการสนับสนุนวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 จึงถือเป็นโอกาสอันดีที่ทุกองค์กรจะได้ออกแบบและพัฒนาระบบไอทีรูปแบบใหม่ ที่มีความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมตอบสนองความต้องการขององค์กรต่อไปในอนาคต”

นับจากวันที่ 15 กรกฎาคม 2557 เป็นต้นไป วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 จะไม่ได้รับการอัปเดตหรือพัฒนาเพิ่มเติมใดๆ อีกต่อไป ตามนโยบายการสนับสนุนผลิตภัณฑ์ของไมโครซอฟท์ ถึงแม้ว่าองค์กรต่างๆ จะยังสามารถใช้งานระบบปฏิบัติการรุ่นนี้ต่อไปได้ตามปกติ แต่เซิร์ฟเวอร์และแอพพลิเคชั่นที่ต้องพึ่งพาวินโดวส์รุ่นนี้จะต้องเผชิญกับความเสี่ยงที่สูงขึ้น ทั้งในด้านความปลอดภัยและเสถียรภาพของระบบ รวมไปถึงการตรวจสอบเกณฑ์มาตรฐานและข้อกำหนดต่างๆ ในภาคอุตสาหกรรม ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษาฮาร์ดแวร์รุ่นเก่าที่ใช้กับวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 ก็จะเพิ่มสูงขึ้น ควบคู่ไปกับความจำเป็นที่จะต้องลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม ไม่ว่าจะเป็นการตรวจจับผู้บุกรุก ระบบไฟร์วอลล์ หรือแม้แต่การแบ่งส่วนระบบเครือข่ายเพื่อแยกระบบเก่าและระบบใหม่ออกจากกัน

นอกจากนี้ พัฒนาการที่ไม่หยุดยั้งตลอดระยะเวลา 11 ปีที่ผ่านมาได้เปลี่ยนแปลงโลกเทคโนโลยีไปอย่างสิ้นเชิง โดยเทคโนโลยีคลาวด์และเทรนด์ใหม่ๆ ในด้านอุปกรณ์พกพาและ big data ทำให้ความต้องการในด้านโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีเพิ่มสูงขึ้นเป็นอย่างมาก ขณะที่การรักษาสมดุลระหว่างความคล่องตัวทางธุรกิจและการบริหารค่าใช้จ่ายก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน ด้วยเหตุนี้เอง วินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 จึงขาดคุณสมบัติที่จะรองรับความต้องการทางธุรกิจในสถานการณ์ปัจจุบัน

“ไมโครซอฟท์ได้ทำการสื่อสารอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้าได้ทราบถึงการสิ้นสุดการสนับสนุนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 อย่างทั่วถึง” สุชาลักษณ์ สรณานุสรณ์ ผู้จัดการกลุ่มธุรกิจสินค้าเซิร์ฟเวอร์ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว “ถึงแม้ว่าการใช้งานระบบปฏิบัติการรุ่นใหม่ควบคู่ไปกับรุ่นเก่าจะไม่ใช่เรื่องแปลก แต่การยุติการสนับสนุนในอีกหนึ่งปีข้างหน้านี้ก็ถือเป็นโอกาสอันดีที่องค์กรต่างๆ จะตัดสินใจย้ายระบบขึ้นสู่คลาวด์ ซึ่งการย้ายเซิร์ฟเวอร์สู่ระบบคลาวด์อาจกินเวลานานถึง 200 วัน ในขณะที่การถ่ายโอนแอพพลิเคชั่นต่างๆ อาจต้องใช้เวลาเกินกว่า 300 วัน สำหรับทางไมโครซอฟท์เอง เราได้เตรียมเส้นทางการอัพเกรดระบบสู่แพลตฟอร์มคลาวด์ไว้อย่างชัดเจน ไม่ว่าลูกค้าจะต้องการระบบคลาวด์แบบ on-premise ภายในองค์กรเอง แบบสาธารณะ หรือคลาวด์ที่บริหารจัดการโดยผู้ให้บริการในเครือข่ายพันธมิตรของไมโครซอฟท์”

ทั้งนี้ ลูกค้าองค์กรที่ยังใช้งานวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 สามารถอัพเกรดมาใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2012 R2 และโซลูชั่นไมโครซอฟท์ ซิสเต็ม เซ็นเตอร์ 2012 R2 เพื่อใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีล่าสุดของไมโครซอฟท์ได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในด้านการประมวลผล การเก็บข้อมูล การจัดการระบบ การจำลองเครือข่าย การรักษาความปลอดภัยและควบคุมการเข้าถึงข้อมูล และแพลตฟอร์มการพัฒนาเว็บไซต์และแอพพลิเคชั่น นอกจากนี้ ลูกค้าที่ใช้งานวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2012 R2 ยังสามารถเสริมสร้างความคล่องตัวและควบคุมค่าใช้จ่ายในการขยายธุรกิจได้ด้วยระบบคลาวด์ ไมโครซอฟท์ อาชัวร์ และออฟฟิศ 365 อีกด้วย

“ผู้บริหารระดับ CIO ทุกท่านต่างก็ต้องการมีรากฐานระบบไอทีที่ทันสมัย ใช้เทคโนโลยีคลาวด์ เพื่อให้องค์กรสามารถรองรับความต้องการในด้านแอพ การใช้งานอุปกรณ์พกพา และการวิเคราะห์ข้อมูล ทุกวันนี้ เทคโนโลยีได้กลายเป็นองค์ประกอบที่สำคัญจนขาดไม่ได้ในการทำธุรกิจ ดังนั้น จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกองค์กรจะเตรียมพร้อมก้าวสู่ยุค ‘mobile first, cloud first’ ภายใต้วิสัยทัศน์ของไมโครซอฟท์ ที่มุ่งนำเสนอระบบคลาวด์ในรูปแบบที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า”

ปูทางก่อนก้าวสู่คลาวด์

ถึงแม้ว่าการอัพเกรดระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์จะเป็นเรื่องที่ท้าทายไม่น้อย แต่ไมโครซอฟท์ก็พร้อมช่วยเหลือให้การถ่ายโอนระบบเป็นไปอย่างราบรื่น ผ่านทางสามช่องทางดังนี้

- ไมโครซอฟท์ได้ทำการฝึกสอนและแบ่งปันเครื่องมือสำคัญต่างๆ แก่เครือข่ายพันธมิตรทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เพื่อให้แต่ละรายสามารถรับมือกับโครงการที่ซับซ้อนอย่างการถ่ายโอนระบบเซิร์ฟเวอร์และแอพพลิเคชันต่างๆ ได้ เอชพีและไมโครซอฟท์ได้จับมือกันพัฒนาโซลูชั่น บริการ และการสนับสนุนทั้งในด้านการใช้งานและการเงิน เพื่อให้ลูกค้าสามารถปรับเปลี่ยนและขยับขยายธุรกิจได้อย่างเต็มที่ ขณะที่เดลล์ได้เปิดตัวบริการอัพเกรดจากวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 อีกเช่นกัน

- เว็บไซต์นับถอยหลังสู่การสิ้นสุดการสนับสนุนวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 พร้อมให้ข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการอัพเกรดระบบในทุกขั้นตอน พร้อมด้วยรายละเอียดบริการและเครื่องมือต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการประเมินสภาพระบบ ฝึกสอนบุคลากร ดำเนินการถ่ายโอนระบบ หรือการจัดการความเสี่ยง เพื่อให้ลูกค้ามีความพร้อมอย่างเต็มที่สำหรับโลกยุค ‘mobile first, cloud first’

- เครื่องมือ Migration Planning Assistant สามารถช่วยให้องค์กรวิเคราะห์ระดับการใช้งานเซิร์ฟเวอร์บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 และสร้างเอกสารรายงานสรุปที่มาพร้อมกับคำแนะนำและข้อเสนอจากพันธมิตรของไมโครซอฟท์เพื่อการอัพเกรดระบบต่อไป

บริษัท ไซเคิล แอนด์ แคร์ริเอจ อินดัสทรีส์ ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ชั้นนำจากประเทศสิงคโปร์ ได้ยกระดับประสิทธิภาพระบบเซิร์ฟเวอร์และศูนย์ข้อมูลขององค์กรด้วยการอัพเกรดมาใช้งานวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2012 R2ควบคู่กับองค์ประกอบบางส่วนจากโซลูชั่นซิสเต็ม เซ็นเตอร์ 2012 R2 ซึ่งทำให้บริษัทสามารถวิเคราะห์สถานภาพการทำงานของระบบคลาวด์ของตนเองได้อย่างทั่วถึง สามารถบริหารโครงสร้างทั้งระบบ VMware, Citrixและ Hyper-V ได้จากหน้าจอเดียว ทั้งยังได้รับรายงานด้านประสิทธิภาพการทำงานของเซิร์ฟเวอร์อย่างต่อเนื่อง จึงทำให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงที และลดเวลาการบริหารจัดการเซิร์ฟเวอร์ลงได้กว่า 20%

ทั้งนี้ องค์กรที่ต้องการถ่ายโอนแอพพลิเคชันและระบบงานต่างๆ ไปสู่ระบบคลาวด์แบบสาธารณะ สามารถเลือกใช้งาน ไมโครซอฟท์ อาชัวร์ แพลตฟอร์มคลาวด์ที่มีความยืดหยุ่นสูง พร้อมรองรับทุกการใช้งาน และช่วยให้องค์กรต่างๆ สามารถใช้งานและจัดการแอพพลิเคชันได้จากทุกที่ทั่วโลก ผ่านทางเครือข่ายศูนย์ข้อมูลของไมโครซอฟท์ ผู้พัฒนาแอพสามารถสร้างสรรค์โปรแกรมโดยใช้ภาษาหรือเครื่องมือใดก็ได้บนอาชัวร์ และยังสามารถผนึกเอาแอพคลาวด์เหล่านี้เข้ากับระบบไอทีที่มีอยู่เดิมได้อีกด้วย

ส่วนองค์กรที่ใช้งานเซิร์ฟเวอร์บนระบบปฏิบัติการวินโดวส์ เซิร์ฟเวอร์ 2003 เพื่อให้บริการด้านอีเมลและการติดต่อสื่อสาร ก็สามารถเลือกใช้ออฟฟิศ 365 บริการคลาวด์เพื่อการสร้างสรรค์และประสานงานที่ครบครันด้วยแอพพลิเคชันออฟฟิศที่คุ้นเคย พร้อมด้วยบริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Lync และ Skype สำหรับการสนทนาออนไลน์ Exchange Online สำหรับอีเมล OneDrive สำหรับการเก็บข้อมูลบนคลาวด์

Trend Micro เปิดตัว “Dr. Safety” แอพฯสำหรับการรักษาความปลอดภัยอย่างเหนือชั้นบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแอนดรอยด์

ศ, 07/18/2014 - 20:21

เทรนด์ไมโครสร้างประสบการณ์ “เล่นเกมมือถือ” อย่างปลอดภัย สำหรับผู้บริโภคในเมืองไทย อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ผู้นำด้านซอฟต์แวร์ความปลอดภัยระดับโลก ร่วมกับนักพัฒนาเกมในเอเชียจัดตั้ง “กลุ่มพันธมิตรเกมที่ปลอดภัย” เปิดตัวโมบายแอพฯฟรี “Dr.Safety” พร้อมฟีเจอร์ที่ผ่านการรับรอง เผย “สถิติเติบโต และสถานการณ์ของโมบายเกมในประเทศไทย” รวมถึงแนวโน้มในอนาคต

ผู้บริโภคควรพึงระวัง! ครึ่งหนึ่งของผู้บริโภคจากประเทศไทยที่ตอบแบบสอบถามเคยพบเจอดาวน์โหลดแอพฯปลอมหรือแอพฯที่มีความเสี่ยงบนอุปกรณ์พกพา จากผลการสำรวจทางออนไลน์ล่าสุดของบริษัทเทรนด์ไมโครผู้นำระดับโลกในการพัฒนาโซลูชั่นซอฟต์แวร์ด้านการรักษาความปลอดภัย กล่าวว่าเพื่อช่วยให้การต่อสู้กับโมบายแอพฯที่อันตรายและโมบายแอพฯ ที่มีความเสี่ยงสูง ซึ่งมีจำนวนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในประเทศที่ชื่นชอบการเล่นเกมอย่างเช่นประเทศไทย เทรนด์ไมโครจึงได้ร่วมมือกับนักพัฒนาโมบายเกมทั่วเอเชีย จัดตั้ง “กลุ่มพันธมิตรเกมที่ปลอดภัย” หรือ Safe Gaming Alliance การประกาศความร่วมมือในครั้งนี้แสดงถึงแผนการของ เทรนด์ไมโครในการมุ่งเน้นอุตสาหกรรมเกมมือถือ ต่อยอดจากประสบการณ์เชิงลึกของบริษัทฯ ในด้านระบบโมบายและโซเชียลเน็ตเวิร์ก

ภายใต้ความมุ่งมั่นดังกล่าว เทรนด์ไมโครได้เปิดตัว “Dr. Safety” ซึ่งเป็นโมบายแอพฯสำหรับการรักษาความปลอดภัยอย่างเหนือชั้นอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน โดยร่วมมือกับนักพัฒนาเกม เพื่อสร้างโลกแห่งโมบายเกมที่ปลอดภัยมากขึ้น แอพฯดังกล่าวเปิดตัวเป็นครั้งแรกที่ไต้หวัน และขณะนี้พร้อมใช้งานในประเทศอื่นๆ ในเอเชีย-แปซิฟิกแล้วแอพฯนี้ประกอบด้วยเทคโนโลยีเกมที่ปลอดภัย 6 เทคโนโลยี รวมถึงฟีเจอร์แนะนำเกมที่ผ่านการรับรองด้านความปลอดภัย ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคสำหรับการดาวน์โหลดแอพฯเกมที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อประสบการณ์การเล่นเกมโมบายที่ดีที่สุด

นักพัฒนาโมบายเกมที่เข้าร่วมกลุ่ม Safe Gaming Alliance ได้แก่ Monkey Wrench Games และPigsss Games จากประเทศไทย รวมถึงนักพัฒนาจากทั่วภูมิภาค เช่น AppXplore, CreatioSoft, FunPlus, Games Solution Centre ของสิงคโปร์, Gamiana, Gumi Asia, Softstar Entertainment และ Tuttifrutti Interactive

“ด้วยอัตราการเติบโตของผู้ใช้งานโทรศัพท์มือถือและสมาร์ทโฟนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคในเมืองไทยจึงมีการใช้งานการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความเสี่ยงต่อการโจมตีทางไซเบอร์เพิ่มมากขึ้น แอพฯเกมมือถือเป็นเซ็คเตอร์หนึ่งที่มียอดใช้จ่ายสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดังนั้นอาชญากรไซเบอร์จึงมีแนวโน้มที่จะหาหนทางสร้างรายได้จากเซ็คเตอร์นี้ ด้วยการทำงานร่วมกับพันธมิตรในระดับท้องถิ่น เช่น Monkey Wrench Games และ Pigsss GAMES เราจึงสามารถนำเสนอแพลตฟอร์มที่ปลอดภัยและน่าเชื่อถือสำหรับผู้บริโภคชาวไทย เพื่อป้องกันการดาวน์โหลดแอพฯเกมมือถือที่ปลอมแปลงหรือมีความเสี่ยง ซึ่งมาพร้อมกับคอนเทนต์อันตราย” มร. เทอเรนซ์ ตัง ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายธุรกิจคอนซูเมอร์ประจำภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกของเทรนด์ไมโคร

เดวิท อึ้ง ประธานฝ่ายบริหารของ Gumi Asia กล่าวว่า “สำหรับ Gumi Asia เราเชื่อว่าไม่เพียงแต่การสร้างเกมมือถือให้ผู้เล่นชื่นชอบเท่านั้น แต่ความปลอดภัยในเกมมือถือที่เล่นนั้นก็เป็นสิ่งจำเป็นที่พวกเขาต้องการ เรามีความยินดีอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นสมาชิกของกลุ่มพันธมิตรเกมที่ปลอดภัย Safe Gaming Alliance และเป็นส่วนหนึ่งในความพยายามอย่างต่อเนื่องไปสู่เกมที่มีรูปแบบที่ปลอดภัยสำหรับผู้เล่นเกมมือถือ”

สถานการณ์ของโมบายเกมในไทย และแนวโน้มในอนาคต

ในเอเชีย เทคโนโลยีโมบายและโซเชียลเน็ตเวิร์คหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน จึงคาดว่าอุตสาหกรรมเกมจะเติบโตอย่างรวดเร็วในภูมิภาคนี้ รายงานจาก Newzoo บริษัทวิจัยสัญชาติดัทช์ ระบุว่ารายได้จากเกมมือถือจะเติบโตในอัตรา 27.3 เปอร์เซ็นต์ต่อปีจนถึงปี 2559 นอกจากนี้ รายงานดังกล่าวยังระบุว่าภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดสำหรับเกมมือถือ ด้วยส่วนแบ่ง 48 เปอร์เซ็นต์ของรายได้ทั่วโลก

นอกจากนั้น ผลโพลล์ออนไลน์ล่าสุดของเทรนด์ไมโคร ซึ่งมีผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 2,000 คนจากสิงคโปร์ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ไทย และฟิลิปปินส์ ยืนยันว่า ผู้บริโภคในเอเชียมีความต้องการเล่นเกมมือถือเป็นอย่างมากในเวลาที่ยาวนาน ดังนั้นผู้บริโภคจึงมีความเสี่ยงต่อภัยคุกคามบนระบบโมบาย ข้อมูลสำคัญที่ได้รับจากผลโพลล์ออนไลน์มีดังนี้:

  • ประเทศไทยครองอันดับ 3 ด้านการดาวน์โหลดแอพฯ เกมส์มือถือ เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ตอบแบบสอบถาม – 81% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศไทยเล่นเกมมือถืออย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง ขณะที่ 53% เล่นเกมมือถือทุกวัน ในส่วนของการดาวน์โหลดแอพฯเกมมือถือ ผู้บริโภค 40% ดาวน์โหลดแอพฯเกมทุกสัปดาห์ ขณะที่ 27 % ดาวน์โหลดเกมทุกเดือน
  • ประเทศไทยมีการใช้จ่ายสำหรับแอพฯเกมมือถือสูงสุด เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่ตอบแบบสอบถาม – 63 % ของผู้ตอบแบบสอบถามชาวไทยยินดีที่จะจ่ายเงินมากกว่า 10 ดอลลาร์ (320 บาท) เพื่อซื้อเกมมือถือหนึ่งเกม จึงนับเป็นประเทศที่มียอดใช้จ่ายบนเกมมือถือมากที่สุด
  • โดยเฉลี่ยแล้ว พ่อแม่น้อยกว่าครึ่งที่ตอบแบบสอบถามมีส่วนร่วมในไลฟ์สไตล์การใช้โมบายของลูก – มีผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศไทยเพียงแค่ 44 %เท่านั้นที่รับรู้ว่าลูกของตัวเองเล่นเกมอะไรบนอุปกรณ์พกพา และมีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 30 %ที่เล่นเกมมือถือกับสมาชิกครอบครัวและเพื่อนฝูง
  • ผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศไทยมากกว่าครึ่งหนึ่งเสี่ยงต่อภัยคุกคามบนมือถือ– มีผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศไทยเพียงแค่ 43%ที่ติดตั้งแอพฯรักษาความปลอดภัยหรือแอพฯป้องกันไวรัสบนโทรศัพท์มือถือ เมื่อถามว่าผู้ใช้เคยพบเจอหรือดาวน์โหลดแอพฯปลอมหรือแอพที่มีความเสี่ยงหรือไม่ ปรากฏว่า 50 %ระบุว่าเคย ขณะที่ 25 % ระบุว่าไม่เคย และอีก25 %ไม่รู้ว่าตนเองเคยดาวน์โหลดแอพฯปลอมหรือไม่
  • ผู้บริโภคส่วนใหญ่ในประเทศไทยไม่ได้ตรวจสอบว่าแอพฯเป็นของแท้หรือไม่ – มีเพียง 16%ของผู้ตอบแบบสอบถามจากประเทศไทยที่ตรวจสอบแอพฯหลังจากที่ดาวน์โหลดจากแอพฯสโตร์

ระวังภัยคุกคามบนมือถือ!

รายงานความปลอดภัยประจำไตรมาสแรกของปี 2557 ของเทรนด์ไมโครชี้ว่า จำนวนของโมบายมัลแวร์และแอพฯความเสี่ยงสูงแตะระดับ 2 ล้าน สถานการณ์ของภัยคุกคามบนมือถือเริ่มใกล้เคียงกับสถานการณ์ของภัยคุกคามบนพีซี โดยมีการตรวจพบช่องโหว่ใหม่ๆ ครั้งแล้วครั้งเล่าตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2556 เป็นต้นมา เช่น ช่องโหว่ “มาสเตอร์คีย์” บนระบบปฏิบัติการ Android™ ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์เกือบทั้งหมด ทำให้โมบายมัลแวร์ถูกเข้าใจว่าเป็นแอพฯที่ “ถูกต้องเหมาะสม” และหลังจากนั้นไม่นานนัก ช่องโหว่ในอุปกรณ์เสริม เช่น ซิมการ์ด และอุปกรณ์ชาร์จ iPhone®ของปลอม ก็เริ่มปรากฏให้เห็น และต่อมาก็พบจุดบกพร่องของแพลตฟอร์มที่ทำให้อุปกรณ์เข้าสู่วังวนของการรีบูตอย่างไม่รู้จบ หรือทำให้ข้อมูลผู้ใช้เกิดรั่วไหล และล่าสุด ช่องโหว่ Heartbleed ที่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่ออุปกรณ์พกพา

เป็นที่ทราบกันดีว่า ปัจจุบันอาชญากรไซเบอร์กำลังปรับเปลี่ยนแอพฯเกมมือถือยอดนิยมด้วยเจตนาร้าย โดยแอพฯเหล่านี้นอกจากจะโฮสต์อยู่บนไซต์อันตรายแล้ว ยังเผยแพร่อยู่ในแอพฯสโตร์ที่ถูกกฎหมายอีกด้วย ตัวอย่างที่ดีอย่างหนึ่งก็คือ กรณีล่าสุดของเกม Flappy Bird ที่ถูกปรับเปลี่ยนและแฝงโค้ดอันตรายเพื่อให้กลายเป็นโทรจัน ปรากฏว่าแอพฯปลอมดังกล่าวถูกดาวน์โหลดหลายต่อหลายครั้งโดยผู้ใช้ที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวภายในช่วง 24 ชั่วโมงแรกหลังจากที่แอพฯทางการถูกเพิกถอนออกจากแอพฯสโตร์

“ที่ Monkey Wrench Games เป้าหมายของเราคือการสร้างเกมมือถือที่แปลกใหม่ สนุกสนาน และมีคุณภาพสูง เราต้องการให้ลูกค้ามั่นใจว่าเกมของเราสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยบนโทรศัพท์มือถือ ด้วยเหตุนี้เราจึงรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ Safe Gaming Alliance เพื่อช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการเล่นเกมที่ปลอดภัยมากขึ้นบนอุปกรณ์พกพา” นาย ภาณุภัค เมธาไชยสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารของ Monkey Wrench Games เกมสตูดิโออิสระของไทย กล่าว

 

เล่นเกมอย่างปลอดภัยบนอุปกรณ์พกพาด้วย Dr. Safety

Dr. Safety คือโมบายแอพฯฟรีที่ประกอบด้วยฟังก์ชั่นแนะนำแอพฯเกม ช่วยให้เกมเมอร์เล่นเกมที่แนะนำได้อย่างสบายใจ และไม่ต้องกังวลว่าจะดาวน์โหลดแอพฯปลอมหรือถูกขโมยไอเท็มในเกม Dr. Safety มีความสามารถในการตรวจจับ 100% จึงสามารถปกป้องผู้ใช้ให้ปลอดภัยจากภัยคุกคามภายนอก และสามารถลบโมบายแอพฯอันตรายออกจากอุปกรณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะช่วยปรับปรุงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บน Facebook และระบุแอพฯอันตรายที่ขโมยข้อมูล รวมถึงแอพฯธนาคารปลอม ทั้งนี้ Dr. Safety ตรวจจับได้ 100% จากผลการทดสอบ AV-TEST และได้รับการรับรองโดย PCSL และ AV-Comparatives

ฟีเจอร์การป้องกัน 6 ฟีเจอร์ใน Dr. Safety ได้แก่:

  1. ปกป้องบัญชีเกม–สแกนแอพฯและไฟล์ทั้งหมดของคุณ เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอันตราย
  2. ปกป้องความเป็นส่วนตัว–ระบุว่าแอพฯใดเก็บรวบรวมและขโมยข้อมูลส่วนตัวของคุณ โดยใช้เครือข่ายการปกป้องอัจฉริยะของเทรนด์ไมโคร (Trend Micro Smart Protection Network)
  3. ป้องกันการฟิชชิ่ง–ปิดกั้นเว็บไซต์อันตราย รวมถึงฟิชชิ่ง และเว็บไซต์ธนาคารปลอม
  4. ป้องกันโจรกรรม–ค้นหาอุปกรณ์ของคุณในกรณีที่เกิดสูญหาย
  5. ป้องกันการรบกวน–ปิดกั้นการติดต่อที่ไม่พึงประสงค์ด้วยรายการหมายเลขโทรศัพท์ที่ปลอดภัยและบัญชีดำ (แบล็คลิสต์)
  6. แนะนำเกมที่รับรองว่าปลอดภัย–ดาวน์โหลดแอพฯได้อย่างมั่นใจ รวมทั้งเล่นเกมและใช้ยูทิลิตี้ที่แนะนำได้อย่างไร้กังวล

Dr. Safety พร้อมดาวน์โหลดแล้วที่ Google Play รองรับภาษาอังกฤษ อินโดนีเซีย จีน โปรตุเกส (บราซิล) รัสเซีย ไทย ตุรกี และเวียดนาม

WD เพิ่มสุดยอดบริการ กู้ข้อมูลให้ลูกค้าฟรีหนึ่งปีเต็ม

อ, 07/15/2014 - 14:01

WD® บริษัท ในเครือของเวสเทิร์น ดิจิตอลและครองตำแหน่งผู้นำระดับโลกด้านระบบการจัดเก็บข้อมูล ประกาศให้บริการกู้ข้อมูลลูกค้าฟรีเป็นระยะเวลาหนึ่งปีเต็ม พร้อมชูจุดเด่นการบริการเคลมที่รวดเร็วทันใจภายใน 30 นาที ที่ศูนย์ให้บริการในกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บริเวณชั้น 2 พันธุ์ทิพย์ พลาซ่า ห้อง 2108 กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ WD ยังกระจายสาขาให้บริการและจุดบริการรับสินค้าในต่างจังหวัด ได้แก่

@จุดบริการรับสินค้าสาขาเชียงใหม่ TC Mobile Shop ตึกเซ็นทรัล พลาซ่าแอร์พอร์ต ห้องเลขที่ 314 จังหวัดเชียงใหม่

@จุดบริการรับสินค้าขอนแก่น ร้าน KHONKAEN J-NET COMPUTER SHOP ชั้น 3 ตึกคอมโฆษะ จังหวัดขอนแก่น

@จุดบริการรับสินค้าภูเก็ต ร้าน Digital Channel (สาขา2) ห้าง บิ๊กซี ซุปเปอร์เซ็นเตอร์ จังหวัดภูเก็ต

Ascenti Resources จัดให้ เมื่อซื้อ Plextor M5Pro Xtreme แถมฟรีหูฟัง Cresyn มูลค่า 1,090 บาท

พฤ, 07/03/2014 - 14:36

บริษัท เอสเซนตี้ รีซอร์สเซส จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่าย Solid State Drive (SSD) ชั้นแนวหน้าระดับโลกอย่าง Plextor จัดโปรโมชันพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อ SSD ของ Plextor รุ่น M5Pro Xtreme รับไปเลยทันทีกับหูฟัง Cresyn สุด Chic  อย่าลืม *** เฉพาะที่มีโล้โก้ Ascenti Resources เท่านั้น !! ด่วนของเเถมมีจำนวนจำกัด

Plextor M5Pro Xtreme เป็นสุดยอด SSD ที่มีเทคโนโลยีลับเฉพาะอย่าง True Speed & True Protect ที่ช่วยให้ความเร็วในการใช้งานไม่ตกลง เมื่อใช้ไปในระยะยาวและการปกป้องข้อมูลอย่างดีที่สุด Plextor M5Pro Xtreme มีความบางเพียง 7มม. สามารถนำไปใส่ได้ทั้ง PC , Notebook และ Ultrabook พร้อมการรับประกันแบบยาวๆ 5 ปี

ทั้งนี้ สำหรับทุกท่านที่สนใจ สามารถจับจองกันได้แล้ว ณ ตัวแทนจำหน่ายเอสเซนตี้ รีซอร์สเซสตามห้างไอทีชั้นนำทั่วไป

สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ ร่วมแสดงศักยภาพ G-Cloud ภาครัฐ ในงานประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ ASEAN CSA & OWASP Summit 2014

พฤ, 07/03/2014 - 11:23

เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ หรือ EGA โดย ดร.ศักดิ์ เสกขุนทด ผู้อำนวยการสำนักงานรัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์ฯ ได้ร่วมออกบูทแสดงสถานะภาพและศักยภาพของ G-Cloud ภาครัฐ ภายใต้ธีม G-Cloud & Beyond ในงานประชุมสัมมนาเชิงวิชาการ “ASEAN CSA & OWASP Summit 2014” ระหว่างวันที่ ๓ – ๔ มิถุนายน ๒๕๕๗ ที่ผ่านมา เพื่อแลกเปลี่ยนองค์ความรู้เรื่องความปลอดภัยการใช้เทคโนโลยีคลาวด์ และการพัฒนาแอพพลิคชั่น เพื่อการใช้งานอย่างปลอดภัย นอกจากนี้ภายในบูทได้แสดงถึงศักยภาพบริการคลาวด์ภาครัฐ (Government Cloud Service) หรือ G-Cloud ตลอดจนให้ข้อมูลและรายละเอียดเกี่ยวกับเรื่องคลาวด์เทคโนโลยีของภาครัฐ ซึ่งทุกหน่วยงานจะต้องเข้ามาใช้ประโยชน์จากคลาวด์ โดยมีผู้สนใจเข้าชมบูทและร่วมกิจกรรมเป็นจำนวนมาก ณ ห้องวิภาวดี โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ แอท เซ็นทรัล พลาซ่า ลาดพร้าว กรุงเทพฯ

ดีแทคเปิดตัว HTC Desire 816 รองรับ 4G บน dtac TriNet พร้อมเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการรายแรกในประเทศไทย

พฤ, 07/03/2014 - 11:16

ดีแทคเปิดตัว HTC Desire 816 สมาร์โฟนรุ่นใหม่ล่าสุดที่สามารถรองรับ 4G บน dtac TriNet โครงข่ายอัจฉริยะ โดยดีแทคพร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการในประเทศไทยแล้ววันนี้ ราคาและคุณภาพสุดลงตัวด้วยรูปลักษณ์สุดเท่ห์มีให้เลือก 3 สี คือ ขาว ส้ม และน้ำเงิน ดีไซน์เท่ห์เก๋ด้วยวัสดุโพลี่คาร์บอเนต มาพร้อมหน้าจอใหญ่ขนาด 5.5 นิ้ว ความละเอียดระดับ HD สนุกเต็มที่กับการถ่ายภาพด้วยความละเอียดคมชัดของกล้องหลัก 13 ล้านพิกเซลและกล้องหน้าเลนส์กว้างความละเอียด 5 ล้านพิกเซล BoomSound ลำโพงสเตอริโอคู่ด้านหน้าพร้อมแอมป์ในตัว ฟีดข้อมูลที่กำหนดเองได้แบบเรียลไทม์ด้วย HTC BlinkFeed™ และโปรเซสเซอร์ Quad-Core หน่วยความจำ 8GB

ราคาเพียง 9,900 บาท เมื่อสมัครแพ็กเกจ Smartphone Device 4G 499 จากดีแทคพร้อมชำระค่าบริการล่วงหน้า 3 เดือน รับโทรฟรีทุกเครือข่าย 250 นาที และใช้ 4G/3G ความเร็วสูงสุด 1GB พร้อมฟรี Wifi ตลอดจนแถมฟรีเน็ต 4G/3G อีก 1GB ทุกเดือนตลอดอายุการใช้งาน กับข้อเสนอพิเศษให้ผ่อน 0% นาน 20 เดือน และให้ทดลองใช้ 4G dtac TriNet ฟรี 4GB นาน 4 เดือน เพียงกด *2014#

HTC Desire 816 มีพร้อมวางจำหน่ายแล้วที่ ศูนย์บริการดีแทคทุกสาขาทั่วประเทศ, dtac online store, TG Fone, Jaymart, Synnex และร้านขายมือถือทั่วประเทศ ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 สิงหาคม 2557 พร้อมรับประกันนาน 15 เดือน (เฉพาะช่องทางดีแทคเท่านั้น) สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.dtac.co.th และ www.htc.com/th

หน้า

เปลี่ยนสี

รูปแบบที่เลือก: มาตรฐาน

พฤหัสบดี, ตุลาคม 23, 2014 - 06:03
  • Site Counter: 1,220,295
  • Unique Visitor: 14,303
  • Published Nodes: 17
  • Since: 1 jun 2005
  • Visitors:
  • Today: 1422
    This week: 48693
    This month: 231889
    This year: 1037841